FONTSIZE
เรียนรู้เรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยนAEC
การเคลื่อนย้ายแรงงานในอาเซียน

วันที่ 26 ก.พ. 2559 (จำนวนคนอ่าน 1263 คน)
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน ฉบับวันที่ 15 มกราคม 2559

การเคลื่อนย้ายแรงงานในอาเซียน
ในการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้นประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมด้านการเคลื่อนย้ายแรงงาน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน โดยเฉพาะแรงงานในกลุ่มการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือตามข้อตกลงยอมรับร่วมกันในคุณสมบัตรวิชาชีพหลัก เพื่อให้เกิดการถ่ายเทแรงงานได้อย่างเสรียิ่งขึ้นระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน

ในกรอบอาเซียนนั้นจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงาน ๒ กลุ่ม คือ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี โดยการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา หรือ MNP (Mutual Recognition Arrangement) ได้ทำความตกลงระหว่างประเทศสมาชิกเกี่ยวกับการค้าสินค้า การคาบริการและการลงทุนสำหรับการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือตามข้อตกลงยอมรับร่วมกันด้านคุณสมบัติวิชาชีพหลัก หรือ MRA (Mutual Recognition Arrangement)

ซึ่งในเบื้องต้นเริ่มจาก ๗ สาขาวิชาชีพ  ได้แก่ วิศวกรรม การสำรวจสถาปัตยกรรม แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล และบัญชี รวม ๑๒ ตำแหน่งสาขาการโรงแรม และการท่องเที่ยว "ได้มีการจัดทำ MRA ซึ่งเป็นความตกลงที่ให้ประเทศสมาชิกอาเซียนยอมรับร่วมกัน" โดยสมาคมวิชาชีพต่างๆ ได้มีการจัดทำ MRA ซึ่งเป็นความตกลงที่ให้ประเทศสมาชิกอาเซียนยอมรับร่วมกันใน ๓ เรื่อง คือคุณสมบัตรแรงงานฝีมือ ประวัติการศึกษา และประสบการณ์ทำงาน เพื่อการถ่ายเทแรงงานฝีมือได้ได้เสรีมากขึ้น แต่การเข้าเมืองและการทำงานยังต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศสมาชิก เช่น การสอบใบประกอบอาชีพของแต่ละประเทศและการขอรับใบอนุญาตทำงานในกลุ่มอาเซียนมีระบบการจดทะเบียน ซึ่งแรงงานต่างชาติจะต้องแจ้งลงทะเบียนเมื่อไปถึงประเทศที่ตนทำงาน สำหรับกลุ่มแรงงาน ๗ สาขาอาชีพที่ได้มีการจัดทำ MRA นั้นแต่ล่ะประเทศได้มีการกำหนดเงื่อนไขไว้ต่างกันและมีหน่วยงานเฉพาะดูแล ยกเว้นประเทศลาว และเวียดนามซึ่งอยู่ระหว่างสร้างมาตรฐานกระทรวงแรงงานได้เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแรงงานโดยพิจารณาออกใบอนุญาตให้แรงงานกลุ่มดังกล่าว ที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

๑) ประสานงานกับสภาวิชาชีพ ให้สภา/สมาคมอาชีพทั้ง ๘ องค์กร เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ และออกเอกสารรับรอง หรือใบประกอบวิชาชีพ (License) ให้กับแรงงานฝีมือที่ผ่านเกณฑ์

๒) อำนวยความสะดวกพิจารณาออกใบอนุญาตทำงาน ให้กับแรงงานฝีมือในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนโดยคนต่างด้าวต้องได้รับอนุญาตเข้ามาในอาณาจักรด้วยวีซ่าประเภท Non-Immigrant-B

๓) เตรียมให้บริการผ่านช่องทางพิเศษ (ASEAN lane) ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในเดือนมกราคม ๒๕๕๙ นี้ที่สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางานกระทรวงแรงงาน สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โทร.๐-๒๒๔๕-๒๗๔๕,๐-๒๒๔๘-๗๒๐๒ หรือสายด่วน กรมจัดหางาน ๑๖๙๔ หรือเว็บไซต์ www.doe.go.th

เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ๑๐ ประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียนได้เข้าสู่การเป็นประชาชนอาเซียนอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของอาเซียนและประเทศไทยอันจะนำไปสู่ประโยชน์ต่อประชาชนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ดังต่อไปนี้

ด้านการเมือง ความร่วมมือและความเป็นเอกภาพทางด้านการเมืองในอาเซียนได้ก่อให้เกิดความสงบสุขและความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันทำให้ไทยสามารถพัฒนาประเทศได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มประเทศสมาชิก

ด้านความมั่นคง ปัญหาด้านความมั่นคงในปัจจุบันมีความยากและซับซ้อนกว่าในอดีต การแก้ไขปัญหาเพียงลำพังคงไม่ประสบความสำเร็จได้การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจึงถือว่าเป็นการสร้างความร่วมมือในการขจัดภัยคุกคามต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นในด้านภัยพิบัติ เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยพื้นที่ชายแดนและทางทะเลเป็นต้นนอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันลดความหวาดระแวง และสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง

ด้านสังคมและวัฒนธรรม ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนจะส่งเสริมให้ประชาชนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเข้าถึงบริการ สาธารณสุข และสวัสดิการทางสังคมสิทธิและความยุติธรรมทางสังคมไทยจะมีแนวร่วมในด้านต่างๆ เช่นการรับมือจากภัยพิบัติและโรคระบาดการส่งเสริมความยั่งยืน ด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และด้านประชาชน ทำให้ไทยได้รับประโยชน์เนื่องจากตั้งอยู่กลางภูมิภาคโดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมจะเอื้ออำนวยต่อการขนส่งสินค้าและด้านเดินทางของประชาชน

ด้านเศรษฐกิจ

- การเป็นประชาคมอาเซียนช่วยขยายตลาดจาก ๖๐ ล้านคนเป็น ๖๐๐ ล้านคนทำให้สามารถเพิ่มอำนาจในการต่อรองกับภูมิภาคอื่นๆเพิ่มโอกาสในการค้าขายและเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจที่สนับสนุนกันและกัน

- การร่วมมือในอาเซียนโดยเฉพาะการลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันลงเหลือศูนย์และการอำนวยความสะดวกทางการค้าได้ทำให้การค้าระหว่างกันในอาเซียนขยายตัวเฉลี่ยร้อยล่ะ ๑๐.๕  ในช่วงปี ๒๕๓๖-๒๕๕๖

-ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะสานต่อเปิดเสรีการค้า การบริการ การลงทุนและความร่วมมือในหลายด้าน ทำให้อาเซียนเป็นตลาดที่น่าสนใจของนักลงทุนต่างชาติต่อไปโดยจะผลักดันให้เป็นตลาดที่มีความเชื่อมโยง และขีดความสามารถในการแข่งขันสูง

- ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสขยายสินค้าบริการในตลาดที่ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะสินค้าและบริการที่เป็นจุดแข็งของไทย เช่น อาหาร การท่องเที่ยว บริการด้านสุขภาพอุปกรณ์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และมีทางเลือกในการซื้อหาวัตถุดิบมากขึ้น

 

 

จำนวนคนอ่าน 1264 คน จำนวนคนโหวต 0 คน