FONTSIZE
มติคณะรัฐมนตรี
ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

วันที่ 4 ก.ย. 2558 (จำนวนคนอ่าน 1488 คน)

          นายอำพน กิตติอำพน  เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ ดังนี้

ด้านเศรษฐกิจ

          ให้รองนายกรัฐมนตรี (หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล) ร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงานร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางการบริหารเงินกองทุนประกันสังคมเพื่อนำมาลงทุนในกองทุนตามนโยบายรัฐบาลที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสูง เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และกองทุนอื่นๆ ที่จะจัดตั้งในอนาคต เช่น กองทุนด้านสาธารณสุข กองทุนด้านการศึกษา (โรงเรียนนานาชาติ) เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายพัฒนาที่สำคัญของรัฐบาล และขณะเดียวกันกองทุนประกันสังคมก็จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนที่สูงด้วย

ด้านการต่างประเทศ

          ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (24 กุมภาพันธ์ 2558) รับทราบแนวทางการส่งเสริมการค้ากับประเทศที่สนใจซื้อข้าวและยางพาราจากไทย (สาธารณรัฐประชาชนจีน สหพันธรัฐรัสเซีย ฝรั่งเศส) ของกระทรวงพาณิชย์แล้วนั้น ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามความตกลงที่ได้จัดทำไว้กับประเทศต่างๆโดยเร็ว โดยเฉพาะแผนการส่งเสริมการค้าข้าวและยางพารากับสาธารณรัฐประชาชนจีนและสหพันธรัฐรัสเซีย

ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

          ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (31 มีนาคม 2558, 20 เมษายน 2558 และ 2 มิถุนายน 2558) ให้กระทรวงพลังงานจัดทำข้อมูลเปรียบเทียบการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมของต่างประเทศ ตลอดจนพิจารณาแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 และแนวทางการบริหารจัดการสัมปทานปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดอายุนั้น เพื่อมิให้การดำเนินการเกี่ยวกับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของไทยเกิดข้อขัดแย้งและสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างเหมาะสม และประเทศไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืนต่อไป ให้รองนายกรัฐมนตรี (หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล) และกระทรวงพลังงานทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยให้เชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ และกลุ่มผู้มีความเห็นต่าง ร่วมรับฟังความคิดเห็นและสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับร่างกฎหมายทั้งสอบฉบับ ตลอดจนให้ศึกษาประเด็นข้อร้องเรียนของเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทยด้วย

ด้านการบริหารราชการแผ่นดินและอื่นๆ

          1. ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (30 มิถุนายน 2558) ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการจัดตั้ง Single Gateway เพื่อใช้เป็นเครื่องมือควบคุมเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและการไหลเข้าของข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยให้ตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องออกกฎหมายเพิ่มเติมก็ให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วต่อไปด้วยนั้น ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการจัดตั้ง Single Gateway ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวโดยด่วนต่อไป

          2. ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (7 พฤษภาคม 2558) ให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกรุงเทพมหานคร และส่วนราชการที่มีพื้นที่สาธารณะปรับปรุงพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มพื้นที่จอดรถในกรุงเทพมหานครให้มีมากขึ้น รวมทั้งให้ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ของสวนสาธารณะต่างๆในกรุงเทพมหานคร เช่น สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เป็นต้น ให้เหมาะสมต่อการใช้เป็นสถานที่พักผ่อน และทำกิจกรรมสันทนาการของประชาชนด้วยนั้น ให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โดยหารือร่วมกับส่วนราชการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง กรุงเทพมหานครพิจารณาจัดทำเป็นสวนพฤกษศาสตร์ประเภทต่างๆ เช่น สวนกล้วยไม้ สวนสมุนไพร โดยให้คำนึงถึงการออกแบบการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ให้เหมาะสมและคุ้มค่าด้วย

          3. ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 และมีการเปิดตัวคู่มือสำหรับประชาชนและเว็บไซต์ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (www.info.go.th) ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 นั้น ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเผยแพร่คู่มือดังกล่าวให้ทุกส่วนราชการ ศูนย์ดำรงธรรม และสถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศ และให้ทุกส่วนราชการกำชับให้เจ้าหน้าที่ศึกษาและดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติและคู่มือดังกล่าวด้วย

          4. ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ซึ่งต้องมีการจัดสรรที่ดินเพื่อจัดแปลงอพยพให้แก่ราษฎรที่ต้องย้ายออกจากเขตน้ำท่วมหรือจ่ายเงินค่าชดเชยพิเศษแทนการจัดสรรแปลงอพยพนั้น เนื่องจากในขณะนี้มีหลายโครงการที่ยังไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยพิเศษแทนการจัดสรรแปลงอพยพให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบได้ครบถ้วน เช่น โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปราจีนบุรี จึงให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดำเนินการจ่ายเงินค่าชดเชยดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็วด้วย

          5. ให้กระทรวงแรงงานจัดทำแนวทางการให้ความช่วยเหลือแรงงานทั้งในและนอกระบบ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของแรงงานแต่ละกลุ่ม ได้แก่ แรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ แรงงานไทยที่ทำงานในประเทศ แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย และครอบครัวของแรงงานต่างด้าว นอกจากนี้ ให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการนำแรงงานจากต่างประเทศในสาขาที่ไทยขาดแคลนมาทำงานในประเทศ เช่น แรงงานประมงจากประเทศเวียดนามและกัมพูชา

          6. ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนำผลงานนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่ได้รับการจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะการผลิตเครื่องจักรทางการเกษตร เช่น รถไถนา รถเก็บเกี่ยว มาจัดแสดง ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้เลือกซื้อเครื่องจักรที่เป็นนวัตกรรมของไทยที่ตรงกับความต้องการ และได้เลือกนวัตกรรมที่มีความพร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ SMEs ที่สนใจอีกด้วย

          7. ให้กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทยร่วมกันจัดกิจกรรมให้แก่กลุ่มอาสาสมัคร เช่น ลูกเสือชาวบ้าน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ในทุกจังหวัดเพื่อส่งเสริมบทบาทของกลุ่มอาสาสมัครเหล่านี้ในการพัฒนาสังคม และสนับสนุนการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในการดูแล และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อไป

          ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีข้างต้นใช้เป็นแนวทางในการบริหารราชการให้เกิดประสิทธิภาพ ดังนั้น ในขั้นตอนการปฏิบัติ หน่วยงานจะต้องดำเนินการโดยยึดถือกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก

 

/////////////////

นฤมล เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย  พิมพ์...

จำนวนคนอ่าน 1489 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ
ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ ถ.บรรณาการ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ 36000
โทรศัพท์-โทรสาร 0-4482-2502, 08-6468-8894 มหาดไทย 42961 Email: prchaiyaphum@prd.go.th
Webmasrter: สุระพงค์ สวัสดิ์ผล นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน Email: surapong_s@prd.go.th
 
ที่อยู่ ..กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่9 ซ.อารีย์สัมพันธ์ ถ.พระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400