..."แร่หมื่นล้าน บ้านกลางน้ำ ถ้ำงามตา ภูผาแปลก แมกไม้จำปูน บริบูรณ์ด้วยทรัพยากร" คำขวัญจังหวัดพังงา...
FONTSIZE
ประชาสัมพันธ์
การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน

วันที่ 18 มี.ค. 2558 (จำนวนคนอ่าน 1417 คน)
 
กระทรวงกลาโหม กับ ประชาคมอาเซียน การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting: ADMM) มีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือผู้แทนของประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศมาเลเซีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเลขาธิการอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ผ่านกลไกการหารือและความร่วมมือด้านความมั่นคงที่มีความโปร่งใสและเปิดเผย ให้คำแนะนำและเสนอแนวทางต่อเวทีการหารือและความร่วมมือที่มีอยู่แล้วของเจ้าหน้าที่ระดับสูงภายในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนและระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนกับประเทศอื่นๆ รวมทั้งสนับสนุนความไว้วางใจระหว่างกันและสร้างความเชื่อมั่น โดยการสร้างความโปร่งใสและเปิดเผย การประชุม ADMM มีบทบาทสำคัญในการยกระดับความร่วมมือทางทหารของอาเซียนให้เทียบเท่าความร่วมมือในด้าน
การต่างประเทศและเศรษฐกิจ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในด้านอื่นๆ อันจะนำไปสู่การจัดตั้งประชาคมการเมือง และความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community: APSC) ต่อมา ในการประชุม ADMM-ครั้งที่ ๔ ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่ประชุมฯ มีฉันทามติ
ให้ความเห็นชอบต่อรูปแบบการประชุม ADMM+8 โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์ของประเทศที่ไม่ใช่ประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะเข้าร่วมการประชุม ADMM-Plus ๓ ประการ คือ ๑) ประเทศที่จะเข้ามาเป็นประเทศคู่เจรจา จะต้องเป็นประเทศคู่เจรจาของอาเซียน ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวน ๘ ประเทศ คือ เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐอินเดีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ สาธารณรัฐเกาหลี สหพันธรัฐรัสเซีย และสหรัฐอเมริกา กับ ๑ กลุ่มประเทศ คือ สหภาพยุโรป ๒) ประเทศคู่เจรจาดังกล่าวต้องมีระดับของการปฏิสัมพันธ์กับกลาโหมอาเซียนในระดับสูง และ ๓) ประเทศคู่เจรจาดังกล่าวต้องเป็นประเทศที่สามารถ เอื้อประโยชน์ต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถและพัฒนาศักยภาพของกลาโหมอาเซียนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ได้กำหนดให้มีการจัด
การประชุม ADMM-Plus ขึ้นทุกๆ ๓ ปี และต่อมาได้ปรับเป็นจัดการประชุมทุกๆ ๒ ปี การประชุม ADMM การประชุม ADMM ครั้งที่ ๑ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๘ – ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย การประชุม ADMM ครั้งที่ ๒ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ การประชุม ADMM ครั้งที่ ๓ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ณ โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี การประชุม ADMM ครั้งที่ ๔ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม การประชุม ADMM ครั้งที่ ๕ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ณ กรุงจากาตาร์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย การประชุม ADMM ครั้งที่ ๖ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๘ – ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา การประชุม ADMM ครั้งที่ ๗ จัดขึ้น ระหว่าง ๖ – ๘ พ.ค.๕๖ ณ กรุงบันดาร์ เสรี เบกาวัน บรูไนดารุสซาลาม การประชุม ADMM ครั้งที่ ๘ จัดขึ้น ระหว่าง ๑๙ – ๒๑ พ.ค.๕๗ ณ กรุงเนปยีดอ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา การประชุม ADMM ครั้งที่ ๙ จัดขึ้น ระหว่าง ๑๕ – ๑๗ พ.ค.๕๘ ณ เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย การประชุม ADMM-Plus การประชุม ADMM-Plus ครั้งที่ ๑ จัดขึ้น เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม การประชุม ADMM-Plus ครั้งที่ ๒ จัดขึ้น ระหว่าง ๒๙ – ๓๐ ส.ค.๕๖ ณ กรุงบันดาร์ เสรี เบกาวัน บรูไนดารุสซาลาม การประชุม รมว.กห.สหรัฐ กับ รมว.กห. อาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ (US – ASEAN Defense Forum) จัดขึ้น ระหว่างวันที่ ๑ ถึง ๕ เมษายน ๒๕๕๗ ณ มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา สำหรับการประชุม ADMM-Plus ครั้งที่ ๓ จะจัดขึ้น เดือน พ.ย. ๕๘ ณ ประเทศมาเลเซีย จากการประชุม ADMM และ ADMM-Plus ที่ผ่านมา นำไปสู่กรอบความร่วมมือของ ADMM จำนวน
๗ ความร่วมมือ และ กรอบ ADMM-Plus จำนวน ๖ ความร่วมมือ การให้เอกสารแนวความคิดในแต่ละกรอบ
มีรายละเอียด ดังนี้ เอกสารแนวความคิดในกรอบ ADMM และ ADMM-Plus กรอบ ADMM ๑. เอกสารแนวความคิดเรื่องความร่วมมือระหว่างกลาโหมอาเซียนกับองค์กร ภาคประชาสังคมในด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ (Concept Paper on ASEAN Defence Establishments and Civil Society Organisations (CSOs) Cooperation on Non – Traditional Security) ๒. เอกสารแนวความคิดเรื่องการใช้ทรัพยากรและศักยภาพทางทหารอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือ
ทางมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (Concept Paper on the Use of ASEAN Military Assets and Capacities in Humanitarian Assistance and Disaster Relief) ๓. เอกสารแนวความคิดว่าด้วยความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในกรอบอาเซียน (Concept Paper on ASEAN Defence Industry Collaboration) ๔. เอกสารแนวความคิดว่าด้วยการจัดตั้งเครือข่ายศูนย์ปฏิบัติการรักษาสันติภาพในกรอบอาเซียน (Concept Paper on the Establishment of ASEAN Peacekeeping Centers Network) ๕. เอกสารแนวความคิดว่าด้วยโครงการปฏิสัมพันธ์ทางทหารระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน (Concept Paper on the Establishing ASEAN Defence Interaction Programmes) ๖. เอกสารแนวความคิดว่าด้วยการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงร่วมกันในอาเซียน (Concept Paper on the Establishment of Logistics Support Framework) ๗. เอกสารแนวความคิดว่าด้วยการจัดตั้งเครือข่ายการติดต่อสื่อสารด้านความมั่นคงอาเซียน (Concept Paper on Establishing a Direct Communications Linking the ASEAN Defence Ministers’ Meeting Process) กรอบ ADMM-Plus ๑. เอกสารแนวความคิดว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเล (ADMM–Plus: Maritime Security Working Group Concept Paper) ๒. เอกสารแนวความคิดว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (ADMM–Plus: Concept Paper for the Establishment an Experts’ Working Group on Humanitarian Assistance and Disaster Relief (HADR)) ๓. เอกสารแนวความคิดว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติการรักษาสันติภาพ (ADMM–Plus: Work Plan of the Experts’ Working Group on Peacekeeping Operations) ๔. เอกสารแนวความคิดว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางทหาร (Experts’ Working Group on Military Medicine work plan) ๕. เอกสารแนวความคิดว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย (ADMM–Plus: Concept Paper for the Counter Terrorism Experts’ Working Group) ๖. เอกสารแนวความคิดในการจัดตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม (Concept Paper on the Establishment of the ADMM-Plus Expert’s Working Group on Humanitarian Mine Action) วงรอบความร่วมมือของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในกรอบ ADMM-Plus คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในกรอบ ADMM-Plus๕๔-๕๖๕๗-๕๙
๑ด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติเวียดนาม - จีนลาว - ญี่ปุ่น
๒ด้านความมั่นคงทางทะเลมาเลเซีย – ออสเตรเลียบรูไน - นิวซีแลนด์
๓ด้านการปฏิบัติการรักษาสันติภาพฟิลิปปินส์ – นิวซีแลนด์กัมพูชา - เกาหลีใต้
๔ด้านการแพทย์ทหารสิงคโปร์ – ญี่ปุ่นไทย - รัสเซีย
๕ด้านการต่อต้านการก่อการร้ายอินโดนีเซีย – สหรัฐฯสิงคโปร์ - ออสเตรเลีย
๖ด้านทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม–เวียดนาม - อินเดีย
การฝึกของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในกรอบ ADMM-Plus ในวงรอบปี ๕๔ – ๕๖ การฝึกของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในกรอบ ADMM-Plusสถานที่ฝึกห้วงเวลา
1.ด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ / ด้านการแพทย์ทหารบรูไนดารุสซาลาม๑๗ – ๒๐ มิถุนายน ๕๖
2.ด้านการต่อต้านการก่อการร้ายเมืองเซ็นตูล อินโดนีเซีย๙ - ๑๓ กันยายน ๕๖
3.ด้านความมั่นคงทางทะเลนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย๒๘ กันยายน – ๑ ตุลาคม ๕๖
4.ด้านการปฏิบัติการรักษาสันติภาพกรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์๑๑ – ๑๔ กุมภาพันธ์ ๕๗
แผนการดำเนินงานที่สำคัญเกี่ยวกับอาเซียนในปี ๕๘ และ ๕๙ กระทรวงกลาโหมไทยได้เป็นประธานร่วมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทหารร่วมกับกระทรวงกลาโหมสหพันธรัฐรัสเซียในวงรอบปัจจุบัน (ปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙) โดยในปี ๒๕๕๘ จะมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านการแพทย์ทหารอาเซียน และจะมีการฝึกร่วมเพื่อทดสอบศูนย์ฯ ดังกล่าว ในปี ๒๕๕๙
ณ ประเทศไทยนอกจากนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยมีปลัดกระทรวงกลาโหมและปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานร่วม ซึ่งได้มีการประชุมฯ ครั้งที่ ๑ แล้ว เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ และการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ตามลำดับ ทั้งนี้ จะมีการประชุมฯ ครั้งที่ ๒ ณ กระทรวงการต่างประเทศ ในห้วงกลางเดือนกันยายน ๒๕๕๗ เพื่อรับรองแผนการดำเนินการตามเป้าหมายการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน โดยมีเรื่องที่สำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการ จำนวน ๕ เรื่อง คือ ๑) การบริหารจัดการชายแดน
๒) ความมั่นคงทางทะเล ๓) อาชญากรรมข้ามชาติ ๔) การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจการทูตเชิงป้องกัน และ
๕) การเสริมสร้างศักยภาพในการปฏิบัติการทางทหารร่วมกันของอาเซียน ปัจจุบัน ไทยและสหพันธรัฐรัสเซียได้รับมอบหน้าที่ประธานคณะทำงานร่วมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทหารจากประธานร่วมในวงรอบที่แล้วในปี ๒๕๕๔ - ๒๕๕๖ จากสิงคโปร์และญี่ปุ่น เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๖
ณ ประเทศสิงคโปร์ หลังจากนั้นไทยและสหพันธรัฐรัสเซียได้ร่วมกันจัดทำแผนการดำเนินการของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทหารในวงรอบปี ๒๕๕๗ - ๒๕๕๙ และเสนอให้ที่ประชุมคณะทำงานเจ้าหน้าที่อาวุโสกลาโหมอาเซียนพิจารณาในเดือนกุมภาพันธ์ปี ๒๕๕๗ และได้รับการรับรองโดยเจ้าหน้าที่อาวุโสกลาโหมอาเซียนหรือระดับปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อเมษายน ๒๕๕๗ ณ กรุงเนปยีดอ รวมทั้งที่ประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนได้ให้ความเห็นชอบแผนงานดังกล่าว เมื่อพฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ กรุงเนปยีดอ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เช่นเดียวกัน จากแผนการดำเนินการดังกล่าว คณะทำงานด้านการแพทย์ทหารภายใต้การนำของประธานร่วมคณะทำงานฯ ฝ่ายไทย และ กระทรวงกลาโหมสหพันธรัฐรัสเซีย ได้รับความเห็นชอบในการจัดตั้งศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนเพื่อทำหน้าที่ประสานความต้องการทางการแพทย์และประสานการปฏิบัติของหน่วยแพทย์ทหาร
ในการตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤตและภัยคุกคามในภูมิภาค รวมถึงการประสานงานร่วมกับองค์การ
ความร่วมมือต่างๆ ของอาเซียนและดำเนินกิจกรรมที่สำคัญด้านการแพทย์เกี่ยวกับงานวิจัยพัฒนา
การฝึกอบรมและการดำเนินการที่สำคัญด้านการแพทย์อื่นๆ โดยกำหนดระยะของการดำเนินการ
เป็น ๓ ระยะ คือ ระยะที่ ๑ การดำเนินการจัดตั้งสำนักงานชั่วคราวขึ้นในประเทศไทย ระยะที่ ๒ การดำเนินการก่อสร้างสำนักงานถาวรในประเทศไทย ระยะที่ ๓ การดำเนินการแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน ปฏิบัติงานร่วมกัน และมีที่ปรึกษามาจากประเทศคู่เจรจา ทั้งนี้ เมื่อเมษายน ๒๕๕๗ ผู้แทนของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญฯ จากประเทศไทย สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และญี่ปุ่นได้หารือร่วมกันในการพิจารณาแนวทางความเป็นไปได้ในการฝึกร่วม/ผสม ด้านการแพทย์ทหารกับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ
โดยที่ประชุมเห็นชอบในการจัดการฝึกร่วมกัน ณ จ.ชลบุรี ประเทศไทยในปี ๒๕๕๙ โดยมีวัตถุประสงค์ของการฝึก คือ ๑) เพื่อทดสอบระบบการดำเนินการของศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนในการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ และ ๒)เพื่อทดสอบระเบียบปฏิบัติด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ต่อจากนั้นในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๗ ประธานคณะทำงานฯ ร่วม
ไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย ได้เชิญผู้แทนคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทหารของประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจาเข้าร่วมสังเกตการณ์ฝึกการบริการทางแพทย์ในสนามประจำปี ของกระทรวงกลาโหมสหพันธรัฐรัสเซีย ณ นครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย ในการนี้ ได้จัดให้มีการประชุมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทหารในกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศ
คู่เจรจา ครั้งที่ ๔ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้มีการจัดตั้งศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนเพื่อประสานความร่วมมือทางการแพทย์ทหารและประสานการปฏิบัติของหน่วยแพทย์ทหารของประเทศต่างๆ ในการตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤตและภัยคุกคามทุกรูปแบบในภูมิภาค นอกจากนี้ยังได้เสนอให้มีการจัดการอบรมหลักสูตร
การประเมินความต้องการทางการแพทย์ร่วมกัน หลังจากนั้นเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๗ ได้จัดให้มีการประชุมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทหารในกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus EWGs on MM) ครั้งที่ ๕ และจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายแผนทางการแพทย์อาวุโส (Senior Medical Planners’ Workshop) ขึ้น ณ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
เพื่อจัดทำร่างเอกสารแนวความคิดว่าด้วยศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน (ACMM) นอกจากการดำเนินการด้านการแพทย์ทหารแล้ว ประเทศไทยนั้นได้สนับสนุนการฝึกของความร่วมมือในกรอบ-ADMM-และ-ADMM-Plus อื่นๆ-ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความร่วมมือระหว่างกลาโหมอาเซียน
กับองค์กรภาคประชาสังคมในด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ ซึ่งริเริ่มโดยประเทศไทยเอง และการจัดตั้งเครือข่ายการติดต่อสื่อสารด้านความมั่นคงอาเซียน (Direct Communications Link: DCL) ของบรูไนดารุสซาลาม และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในกรอบอาเซียน (ASEAN Defence Industry Collaboration: ADIC) ของประเทศมาเลเซีย เป็นต้น และจะส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าร่วมกิจกรรม และการดำเนินการของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญรวมถึงการฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise: FTX) ในปี ๒๕๕๙ ในทุกด้าน สรุปได้คือการดำเนินการของกรอบความร่วมมือภายใต้การประชุม ADMM และ ADMM-Plus จะทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์กับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และองค์ความรู้ รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากประเทศสมาชิก เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและการเตรียมความพร้อมในทุกด้านของประเทศไทย เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามในด้านต่างๆ ทั้งในประเทศ และในภูมิภาคอาเซียน และนอกภูมิภาคอาเซียน ได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีความปลอดภัยจากภัยคุกคามที่เกิดขึ้น และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และสังคมโลก ในฐานะผู้สนับสนุนการดำเนินการในการสร้างความมั่นคงในภูมิภาคต่อไปในอนาคตนอกจากนี้ยังสนับสนุนการดำเนินการต่อเสาหลักประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเสาหลักประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนอีกด้วย เช่น การสร้างความปลอดภัยบริเวณแนวชายแดนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษบริเวณแนวชายแดนทั้ง ๖ เขต การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ และการจัดตั้งศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนซึ่งไม่ได้จำกัดขอบเขตเฉพาะ การบริการทางการแพทย์และการให้ความช่วยเหลือกำลังพลทางทหารเท่านั้น แต่มีเป้าหมายในการให้การบริการและให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยทั่วไปด้วย
ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
ผลการประกวดคำขวัญรณรงค์การเลือกตั้ง ระดับภาค
ประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลคลองเคียน เรื่อง การคืนหลักประกันสัญญา
การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน
การประกวดเรียงความ หัวข้อ "เดินหน้าประเทศไทยไปกับผู้สูงอายุ"
มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ระดับปริญญาตรี
โรงเรียนภูเก็ตปัญญานุกูล รับสมัครลูกจ้างชั่วคราวตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กพิการ จำนวน ๒๐ อัตรา
สปส. จัด “โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน”
พังงาเตรียมการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล ๓ แห่ง โดยมีระยะเวลาการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร เริ่มตั้งแต่วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๕ จนถึงวันเลือกตั้ง
ป.ป.ช.จัดโครงการประกวดสื่อภาพเคลื่อนไหว “Young Gen Anti-Corruption”
กระทรวงศึกษาธิการ บรรจุ 12 ค่านิยมคนไทยลงแผนปฏิรูปการศึกษา
สนง.ศึกษาธิการจังหวัดพังงา ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป้นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ.2561 จำนวน 49 อัตรา
วิทยาลัยชุมชนพังงา รับสมัครผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนพังงา
สนง.กกต ประจำจังหวีัดพังงา รับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง
สนง.ขนส่งจังหวัดพังงา เปิดรับคำขอรับจัดสรรเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจาการใช้รถใช้ถนน
กาชาดจังหวัดพังงา ร่วมกับ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดภูเก็ต กำหนดออกหน่วยรับบริจาคโลหิต ตามโครงการ "จิตอาสา บริจาคโลหิต ด้วยหัวใจ หนึ่งคนให้ สามคนรับ"
จำนวนคนอ่าน 1418 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

  จำนวนคนโหวต 0 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

ไม่พบข้อมูลการโหวต
FONTSIZE

 เข้าสู่ระบบ

ขณะนี้มีผู้ Online อยู่
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา
ศาลากลางจังหวัดพังงา เลขที่ 642 ถ.เพชรเกษม ต.ท้ายช้าง อ.เมือง จ.พังงา 82000
โทรศัพท์/โทรสาร 076-481456
E-Mail :: Prphangnga@hotmail.com

Thailand Web Stat