ลงทะเบียน Bike อุ่นไอรัก
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
PRD G - Chat
ส่งข่าวสำนักข่าว กปส.
e-book : Smart Farmer
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์
สารคดีเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ภาพลักษณ์ เรื่อง เส้นทางรัก
ประชาสัมพันธ์ระบบฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ หรือ GINFO
ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป
เชื่อมโยงเว็บไซต์อื่นๆ
เชิญชมรายการคืนความสุขให้คนในชาติ
รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
เพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่
ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ
ศูนย์บริการข้อมูลประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Information Center)
รัฐบาลไทย
กรมประชาสัมพันธ์
จังหวัดแพร่
     
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
ข่าวท้องถิ่น
กองทุนสัตว์ป่าโลกชูพื้นที่กุยบุรีจัดการความขัดแย้งคนกับช้างป่าดีที่สุดในเอเชีย

วันที่ 28 มี.ค. 2561 (จำนวนคนอ่าน 43 คน)

WWF-International หรือ กองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานใหญ่ยกย่องพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นหนึ่งในสองพื้นที่ที่มีการจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย (The Best Practice in Asia for Human-Elephant Conflict Mitigation) อันเกิดจากความร่วมมือของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช WWF-ประเทศไทย (กองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย) เครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี หรือ POWER of Kuiburi และชุมชนในพื้นที่

จากข้อมูลเปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2553 ยังไม่มีสถิติการตายของช้างป่าจากการถูกล่าในพื้นที่ (Zero poaching) เพื่อเอางา อวัยวะ และการจับลูกช้างออกจากป่า ขณะที่การตายของช้างป่าฯ จากสาเหตุความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่ามีอัตราลดลงถึงร้อยละ 64.64% เมื่อเทียบกับตลอด 9 ปีที่ผ่านมา กล่าวคือ ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบันมีกรณีช้างป่าตายจากสาเหตุความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า เพียง 4 ตัว เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2540-2548 ซึ่งมีการตายของช้างป่าฯ กว่า 11 ตัว นอกจากนี้สถิติความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าที่เกิดจากการทำลายผลผลิตทางการเกษตรลดลงกว่า 46.72% เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี คือ 274 ครั้งในปี 2556 ลดลงเหลือ 146 ครั้งในปี 2557 ซึ่งมีสถิติช้างป่าตายลดลงต่อเนื่องทั้งสาเหตุจากการล่าเอางาและความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ความสำเร็จนี้เป็นผลจากการลาดตระเวนอย่างเข้มข้นร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ทหารหลัก ทหารพราน และตำรวจตระเวนชายแดน และระบบการข่าวจากฝ่ายปกครอง หน่วยงานสนับสนุนการอนุรักษ์ และชุมชนในพื้นที่เพื่อป้องกันการล่าสัตว์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี รวมถึงการปรับปรุงแปลงหญ้าและฟื้นฟูแหล่งอาหารและแหล่งน้ำของช้างป่าในอุทยานฯ ให้อุดมสมบูรณ์ การสร้างความเข้าใจกับชุมชนในการจัดการกับความขัดแย้งฯ และปัญหาการล่าสัตว์ และที่สำคัญคือ ความร่วมมือระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่เพื่อรับมือและผลักดันช้างป่าที่ออกมาหากินและทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านให้กลับเข้าป่าด้วยวิธีที่ปลอดภัยต่อชีวิตของทั้งช้างและคน โดยได้รับการสนับสนุนการทำงานจาก WWF-ประเทศไทยและองค์กรพันธมิตรเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรีในพื้นที่ ในเรื่องขององค์ความรู้ การอบรมการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol Training) ชุมชนสัมพันธ์ อุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงการประสานงานและการสนับสนุนการใช้พื้นที่อย่างยั่งยืน

"บริเวณพื้นที่กุยบุรีนี้ คือ พื้นที่คอขวดที่เชื่อมต่อที่ราบภาคกลางกับคาบสมุทรมลายูอันเป็นจุดที่รวมความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของช้างป่าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก WWF จึงได้คัดเลือกพื้นที่นี้ในการอนุรักษ์สัตว์ป่าในเขตเทือกเขาตะนาวศรีตอนล่าง” วายุพงศ์ จิตรวิจักษณ์ ผู้จัดการโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี WWF-ประเทศไทยกล่าว "เป้าหมายของโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี คือ การจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าและการต่อต้านการล่าสัตว์ป่า เราใช้ตัวชี้วัดคือจำนวนช้างและคนที่ตายและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ขณะเดียวกันเป้าหมายของการต่อต้านการล่าสัตว์ป่า คือ การล่าช้างเพื่อเอางาหรือการจับลูกช้างในพื้นที่ไปขายจะต้องเป็นศูนย์”

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีพื้นที่ประมาณ 969 ตารางกิโลเมตร หรือ 605,625 ไร่ โดยได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 90 ของประเทศเมื่อปี พ.ศ.2542 และยังรวมป่าที่ต่อเนื่องข้างเคียงอีกกว่า 242 ตารางกิโลเมตร หรือ 151,250 ไร่ รวมพื้นที่ป่ากว่า 750,000 ไร่ เป็นแหล่งอาศัยหากินตามธรรมชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกสำหรับช้างป่า กระทิง วัวแดง เสือโคร่ง และสัตว์ที่เป็นเหยื่อของเสือโคร่ง นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีแนวทางและเป้าหมายชัดเจนในการอนุรักษ์สัตว์ป่า จัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า และส่งเสริมให้ประชาชนเกิดทัศนคติที่ดีต่อสัตว์ป่าและอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของ สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติ และประโยชน์ที่ได้รับจากการอนุรักษ์

ปัจจุบันผืนป่ากุยบุรีมีประชากรช้างป่าไม่ต่ำกว่า 250 ตัวในพื้นที่ฯ โดยในทุกฤดูแล้งในช่วงต้นปี จะประสบปัญหาวิกฤตภัยแล้งทำให้สัตว์ป่าต้องย้ายแหล่งหากินไปทางตอนเหนือของพื้นที่ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลทำให้สัตว์ป่าอาจเจ็บป่วยและทำให้เสี่ยงต่อการถูกล่าได้ การฟื้นฟูแหล่งอาหารของสัตว์ป่า เช่น โป่งเทียม การรดน้ำในแปลงหญ้าเติมน้ำในแหล่งน้ำและกระทะน้ำในพื้นที่ในช่วงภัยแล้งนี้เป็นหนึ่งในภารกิจที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ชุมชน องค์กร-พันธมิตร และ WWF ร่วมกันทำเพื่อป้องกันไม่ให้ช้างป่าออกมาหากินผลิตผลทางการเกษตรของชาวบ้านอันอาจก่อให้เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งกับคนและช้างป่าได้

จำนวนคนอ่าน 44 คน จำนวนคนโหวต 0 คน