ข่าวประชาสัมพันธ์
มาตรการป้องกันการจุดไฟเผาป่าในพื้นที่จังหวัดราชบุรี

วันที่ 7 ก.พ. 2561 (จำนวนคนอ่าน 18 คน)
 

               ด้วยในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี มักจะเกิดไฟป่าขึ้นเป็นประจำโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า รวมทั้งปัญหาหมอกควันไฟซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวอย่างรุนแรงทั้งทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ ยานพาหนะ เข้าไประงับดับไฟเป็นจำนวนมาก โดยสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง เกิดจากการเผาเพื่อการเก็บหาของป่า ล่าสัตว์ และจำกัดวัชพืช ในพื้นที่ป่าและในที่ดินทำกินของเกษตรกรที่อยู่ติดกับพื้นที่ป่าเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก โดยไม่มีการควบคุมจนลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่ากลายเป็นไฟ

                ดังนั้น เพื่อการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากไฟป่า และให้ราษฎรได้มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า จังหวัดราชบุรีจึงห้ามการเผาป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยเด็ดขาด หากมีการจุดไฟเผาป่าหรือปล่อยให้ไฟลุกลามเข้าไปในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจะต้องได้รับโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ดังนี้

                ๑.พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา มาตรา ๕๔, ๗๒ ตรี ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้างแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับในกรณีที่ได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท

                ๒.พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๑๖(๑), ๒๔ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                ๓.พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๔,๓๑ ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่ห้าพันบาถึงห้าหมื่นบาท ในกรณีที่ผู้ใดเผาป่าเป็นพื้นที่เกินยี่สิบห้าไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๒ ปี ถึง ๑๕ ปี และปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑๕๐,๐๐๐ บาท

                ๔.พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๓๘,๕๔ ภายในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้ามมิให้ผู้ใดยึดถือหรือครอบครองที่ดิน หรือปลูกหรือก่อสร้าง สิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือตัดโค่น แผ้วถาง เผาหรือทำลายต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่น หรือขุดหาแร่ ดิน หิน หรือสัตว์เลี้ยง หรือปล่อยสัตว์ หรือสัตว์ป่าหรือเปลี่ยนแปลงทางน้ำ หรือทำให้น้ำในลำน้ำ ลำห้วย หนอง บึง ท่วมทัน เหือดแห้ง เป็นพิษ หรือเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                เพื่อป้องกันการจุดไฟเผาป่าในพื้นที่จังหวัดราชบุรี จึงขอความร่วมมือระงับการเผาวัชพืชเศษซากพืชผลการเกษตรหรือระงับการเผาด้วยวิธีการอื่นใด จนทำให้ไฟลุกลามจนเกิดปัญหาไฟป่า และหมอกควัน ทั้งนี้ หากพบไฟป่า ขอความร่วมมือโทรแจ้งหน่วยงาน ดังนี้  ๑.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๓ (บ้านโป่ง) โทร. ๐ ๓๒๒๑ ๑๐๒๕, ๐ ๓๒๓๔ ๔๘๙๖  ๒.สถานีควบคุมไฟป่าแม่น้ำภาชี โทร. ๐๘ ๑๙๘๘ ๕๕๐๕  ๓.สถานีควบคุมไฟป่าเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน โทร. ๐๙ ๘๖๑๕ ๓๕๔๒   ๔.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๐ (ราชบุรี) โทร. ๐ ๓๒๒๐ ๑๓๙๕  ๕.ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี โทร. ๐ ๓๒๓๓ ๗๑๙๕ สายด่วน ๑๙๑   ๖.สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช โทร. ๑๓๖๒

 

 

 

 

จำนวนคนอ่าน 19 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

 
 
 
นายชยาวุธ จันทร
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี