ข่าวประชาสัมพันธ์
กำหนดเขตควบคุมไฟป่าในท้องที่จังหวัดราชบุรี

วันที่ 7 ก.พ. 2561 (จำนวนคนอ่าน 47 คน)
 

                ด้วยในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปีมักจะเกิดไฟป่าขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทำความเสียหายแก่ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และยานพาหนะเข้าระงับดับไฟป่าเป็นจำนวนมาก สาเหตุประการหนึ่งเกิดจากการเผาเพื่อการหาของป่า ล่าสัตว์ และกำจัดวัชพืชในที่ดินทำกินของเกษตรกรที่อยู่ใกล้พื้นที่ป่า เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกโดยไม่มีการควบคุม ส่งผลให้ไฟลุกลามเข้าไปติดป่ากลายเป็นไฟป่า

                ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕,๒๑ และ ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันบรรเทาสาธารณภัย  พ.ศ.๒๕๕๐ จึงกำหนดให้พื้นที่ทุกหมู่บ้าน / ตำบล / อำเภอ ในท้องที่จังหวัดราชบุรีเป็น "เขตควบคุมไฟป่า” และกำหนดมาตรการในการป้องกันไฟป่าขึ้นไว้ ดังนี้

                ภายในพื้นที่เขตควบคุมไฟป่า

                ๑.เมื่อมีความจำเป็นต้องเผาวัชพืชในที่ดินทำกิน ให้ราษฎรผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าวต้องขออนุญาตจากกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในเขตปกครองท้องที่นั้นๆ ก่อนที่จะดำเนินการทุกครั้งพร้อมกับต้องจัดทำแนวกันไฟและควบคุมไฟป่ามิให้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานควบคุมไฟป่าที่ใกล้ที่สุดในท้องที่จังหวัดราชบุรี เพื่อจัดเจ้าหน้าที่คอยควบคุมในการดำเนินการดังกล่าวด้วย

                ๒.หากราษฎรผู้ใดไม่แจ้งขออนุญาตต่อกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน หรือขออนุญาตแล้ว แต่ไม่จัดทำแนวกันไฟ และมิได้ควบคุมไฟให้อยู่ในพื้นที่ที่ตนถือครอง จนเป็นเหตุให้ไฟลุกลามไหม้ป่า ให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแก่ราษฎรที่ฝ่าฝืนหรือปล่อยปละละเลย โดยเฉียบขาดทุกราย โดยเฉพาะราษฎรที่บุกรุกเข้าไปแผ้วถางป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จังหวัดจะพิจารณาใช้นโยบายอพยพราษฎรผู้บุกรุกพื้นที่ดังกล่าวออกจากป่าตามที่เห็นสมควร และจะดำเนินคดีในทุกข้อหาความผิดที่เกิดขึ้น

                ๓.ในเขตควบคุมไฟป่า ราษฎรต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการดับไฟป่าในกรณีที่ทางราชการร้องขอ และหากพบเห็นไฟไหม้ป่าบริเวณใด ให้ช่วยกันดับเสียแต่ต้น เพื่อไม่ให้ไฟป่าขยายออกเป็นวงกว้างหากไฟป่ารุนแรงไม่สามารถดับได้ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าในพื้นที่ที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อสั่งเจ้าหน้าที่เข้าระงับดับไฟป่าทันที หรือแจ้งหน่วยงาน ดังต่อไปนี้

                ๑.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๓ (บ้านโป่ง) โทร. ๐ ๓๒๒๑ ๑๐๒๕, ๐ ๓๒๓๔ ๔๘๙๖

                ๒.สถานีควบคุมไฟป่าแม่น้ำภาชี โทร. ๐๘ ๑๙๘๘ ๕๕๐๕

                ๓.สถานีควบคุมไฟป่าเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน โทร. ๐๙ ๘๖๑๕ ๓๕๔๒

                ๔.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๐ (ราชบุรี) โทร. ๐ ๓๒๒๐ ๑๓๙๕

                ๕.ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี โทร. ๐ ๓๒๓๓ ๗๑๙๕ สายด่วน ๑๙๑

                ๖.สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช โทร. ๑๓๖๒

                ๔.การจุดไฟเผาป่า หรือปล่อยให้ไฟลุกลามเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๒ ปี ถึง ๑๕ ปี และปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑๕๐,๐๐๐ บาท และเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๒๐ ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆ แม้จะเป็นของตนเอง จนน่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่นต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ๗ ปี และปรับไม่เกิน ๑๔,๐๐๐ บาท

                ๕.ข้าราชการในพื้นที่ทุกคน ทุกสังกัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน คณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการชุมชน และสมาชิกสภาท้องถิ่น ให้ถือเป็นหน้าที่ต้องสอดส่องดูแลเอาใจใส่ และร่วมชี้แจงให้ประชาชนในท้องที่ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

 

 

 

จำนวนคนอ่าน 48 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

 
 
 
นายชยาวุธ จันทร
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี