เข้าสู่ระบบ
ข่าวประชาสัมพันธ์
สรุปประเด็นผลงานของ กขป.๕ (ธ.ค. ๕๘ – ต.ค.๖๑) เพื่อจัดนิทรรศการ

วันที่ 1 พ.ย. 2561 (จำนวนคนอ่าน 68 คน)

สรุปประเด็นผลงานของ กขป.๕ (ธ.ค. ๕๘ – ต.ค.๖๑) เพื่อจัดนิทรรศการ

 

นับตั้งแต่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ ๕ เมื่อ ๘ ธ.ค. ๕๘ ตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ดำเนินการขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของชาติเพื่อการพัฒนาประเทศและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนสู่เป้าหมาย "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” นั้น สามารถสรุปการดำเนินงานสำคัญได้ ดังนี้

๑. การปฏิรูประบบงานความมั่นคง ได้มีการปฏิรูประบบงานความมั่นคงใน ๔ เรื่อง ได้แก่ ๑) การบูรณาการ/เชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง เช่น การจัดทำฐานข้อมูลด้านความมั่นคง ๒) การปฏิรูประบบงานข่าวกรอง เช่น การปรับปรุงระบบงานข่าวกรองให้เข้าถึงสถานการณ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ๓) การปฏิรูปกระทรวงกลาโหม เช่น การดำเนินการตามแผนแม่บทการปฏิรูปการบริหารจัดการและปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม ๔) การปฏิรูปองค์กรตำรวจ เช่น งานการสอบสวนและบังคับใช้กฎหมาย

๒. การขับเคลื่อนและปฏิรูปการจัดที่ดินและผังเมือง การปรับปรุงพระราชบัญญัติการผังเมือง ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ พิจารณาเป็นรายมาตรา เพื่อใช้เป็นกรอบนโยบายให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการด้านผังเมือง ตลอดจนกระจายอำนาจด้านผังเมืองให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน ในอนาคตผังเมืองจะสามารถชี้นำการพัฒนาประเทศได้ ประชาชนจะได้รับความสะดวกสบาย มีสภาพแวดล้อมที่ดี นักลงทุนจะเกิดความเชื่อมั่น และการพัฒนาต่าง ๆ จะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น

๓. การขับเคลื่อนและปฏิรูปภาคการเกษตร ที่ผ่านมาการเกษตรของไทย เป็นการทำในลักษณะรายย่อย ต่างคนต่างทำ จึงมีปัญหาด้านการตลาด และไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จึงทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ราคาผลผลิตต่ำ ความสามารถในการแข่งขันหรือด้านการตลาดค่อนข้างต่ำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ดำเนินการใน ๓ เรื่องหลัก ได้แก่ ๑) การจัดทำโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ซึ่งผลการดำเนินงานแปลงใหญ่ปี ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๐ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในระบบได้มากกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาทในแต่ละปี ๒) การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตสินค้าเกษตรที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับชุมชน ปัจจุบันมีศูนย์เรียนรู้ ๘๘๒ ศูนย์ และเครือข่าย ๑๐,๕๒๓ ศูนย์ ครอบคลุมการผลิตทางการเกษตรทุกด้าน และ ๓) การส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา เพื่อนำเกษตรกรรายย่อยเข้าสู่ระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ มีผู้ประกอบการธุรกิจทางการเกษตรกรเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตและสนับสนุนปัจจัยการผลิต รวมทั้งรับซื้อผลลิต ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางรายได้แก่เกษตรกร ดังนั้นในอนาคตเกษตรไทยจะมีความรู้ที่ถูกต้อง มีรายได้ที่มั่นคง สามารถวางแผนการผลิตได้ รวมทั้งส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดการค้าเสรีให้กับประเทศได้ด้วย

๔. การส่งเสริม เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์การจัดการขยะอย่างครบวงจร ากสภาวะปริมาณขยะภายในประเทศที่มีจำนวนมาก และเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้การจัดการขยะเป็นวาระแห่งชาติ และจัดทำ Road Map การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย รวมทั้งจัดทำแผนแม่บทการจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ มีการดำเนินงานที่สำคัญ เช่น การสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างวินัยการจัดการขยะ การส่งเสริมการลดและการคัดแยกขยะที่ต้นทางและนำไปใช้ประโยชน์ การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการคัดแยกที่ถูกต้องที่ต้นทาง ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้อย่างจริงจัง จะสามารถแก้ไขปัญหาขยะของประเทศลงได้

๕. การแก้ไขปัญหาการรุกลำน้ำสาธารณะ (คลองลาดพร้าว) จากสถานการณ์อุทกภัย ปี ๒๕๕๔ ที่มีผลกระทบในวงกว้าง กรุงเทพมหานครก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งสาเหตุหนึ่งคือการมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแนวลำคลองต่าง ๆ เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่อาจจะกลับมาเกิดซ้ำอีกได้ จึงได้จัดทำโครงการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ โดยใช้คลองลาดพร้าวเป็นพื้นที่ดำเนินการ มีการดำเนินงานเป็น ๒ ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ ๑ การก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กตลอดแนวลำคลอง ความยาว ๔๕.๓ กิโลเมตร ปัจจุบันสามารถตอกเสาเข็มได้ ร้อยละ ๔๑.๔๕ ส่วนที่ ๒  การพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อให้ประชาชนที่ถูกรื้อย้ายมีที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง รวมจำนวน ๕๐ ชุมชน ๗,๐๖๙ ครัวเรือน ปัจจุบันได้ก่อสร้างบ้านแล้วจำนวน ๒,๙๑๖ ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๒๕ โครงการ นี้นอกจากจะได้พื้นที่คลองเพื่อการระบายน้ำคืนมาแล้ว ยังสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนริมคลองอีกด้วย

๖. โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าพระยาเพื่อทุกคน จากสภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานคร ในบางช่วงมีสภาพภูมิทัศน์ที่เสื่อมโทรม มีสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำ มีการทิ้งขยะมูลฝอยลงในแม่น้ำ รัฐบาลได้ดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่สวยงาม เป็นสมบัติของคนทั้งชาติ โครงการประกอบด้วย พื้นที่สีเขียว พื้นที่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม พื้นที่นันทนาการ พื้นที่เชื่อมต่อการเดินทาง ทางจักรยาน ศาลาท่าน้ำ ท่าเรือ และสิ่งอำนวยความสะดวก โครงการเริ่มตั้งแต่สะพานพระราม ๗ ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า รวมระยะ ๑๔ กิโลเมตร เมื่อโครงการสำเร็จแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ดังคำกล่าวที่ว่า "เจ้าพระยาเพื่อทุกคน”

๗. การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย จากการที่ไทยถูกให้ใบเหลืองจากสหภาพยุโรปในเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม หรือ IUU Fishing รัฐบาลดำเนินการแก้ไขมาตามลำดับเพื่อให้สามารถถอดใบเหลืองออกให้ได้ โดยได้ดำเนินการใน ๕ ประเด็น คือ ด้านกฎหมายมีการออกพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติเรือไทยเพื่อควบคุมจำนวนเรือประมง และการเข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศ ๔ ฉบับ ด้านการบริหารจัดการกองเรือมีการควบคุมจำนวนเรือประมง และมีการออกใบอนุญาตทำการประมงในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ด้านระบบติดตามควบคุมเฝ้าระวัง จัดตั้งศูนย์ FMC เพื่อเฝ้าระวังตลอด ๒๔ ชั่วโมง มีระบบ VMS มีศูนย์ PIPO และ FIPเพื่อแจ้งการเข้า - ออกของเรือประมง มีการตรวจสอบเรือกลางทะเลแบบ Real time ด้านระบบการตรวจสอบย้อนกลับ กำหนดระบบควบคุมตลอดสายการผลิต และพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้การตรวจสอบ และด้านการบังคับใช้กฎหมายมีการดำเนินคดีแล้วกว่า ๔,๐๐๐ คดี และการดำเนินคดีมีความรวดเร็วขึ้น

๘. การแก้ไขปัญหาด้านการบินพลเรือน จากสถานการณ์ด้านการบินพลเรือนของไทยในปี ๒๕๕๘ ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ได้ติดธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยบนเว็บไซด์ ทำให้นานาชาติขาดความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานความปลอดภัยสายการบินของไทย รวมทั้งสายการบินของไทยไม่สามารถขยายเส้นทางเข้าไปยังประเทศต่าง ๆ ได้ รัฐบาลจึงได้เร่งแก้ไขปัญหา เช่น ตรวจประเมินกระบวนการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ทั้งหมด แก้ไขกฎหมายการเดินอากาศใหม่ และพัฒนาบุคลากร และสามารถปลดธงแดงได้สำเร็จเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ ทำให้กิจการด้านการบินพลเรือนของไทย กลับมาได้รับความเชื่อมั่นอีกครั้ง สามารถทำการบินระหว่างประเทศ และขยายเส้นทางการบินได้ ต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนด้านการบินมากขึ้น

๙. การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมาย จากสถานการณ์ด้านแรงงานของไทย ที่ยังมีความต้องการแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก ทำให้มีแรงงานต่างด้าวบางส่วนลักลอบเข้ามาทำงาน บางส่วนถูกหลอกลวงให้เข้ามาทำงาน ถูกบังคับใช้แรงงาน และกลายเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ จึงทำให้ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับ Tier 3 รัฐบาลจึงได้เร่งแก้ไขปัญหา โดยได้ดำเนินการใน ๓ มาตรการสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวเพื่อจัดระเบียบแรงงานตาม MOU กับประเทศเพื่อนบ้านในการนำเข้าแรงงานอย่างถูกต้องกว่า ๘ แสนคน การพัฒนาด้านกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติป้องกันและขจัดการใช้แรงงานบังคับ พระราชบัญญัติแรงงานประมงทะเล รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จนทำให้ไทยได้รับการปรับอันดับมาที่ Tier 2 Watch List ในปี ๒๕๕๙ - ๒๕๖๐ และปรับเป็น Tier 2 ได้ในปี ๒๕๖๑ แรงงานต่างด้าวได้รับการคุ้มครอง ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจมีมูลค่าสูงขึ้น

๑๐. การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรสำคัญ ๕ ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกประสบปัญหาที่คล้ายคลึงกัน คือ ราคาผลผลิตตกต่ำ รัฐบาลจึงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าและรายได้ของเกษตรกร เช่น จัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร เพื่อปรับปริมาณการผลิตให้สมดุลกับความต้องการ ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ที่เหมาะสมและปรับสัดส่วนการผลิต ลดการปลูกในพื้นที่ไม่ถูกกฎหมายหรือการบุกรุกพื้นที่ป่า จัดทำโครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราของหน่วยงานภาครัฐ และโครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืน การบริหารจัดการสินค้ามันสำปะหลังโดยการจัดการตลาดเชิงรุก ลดการนำเข้าและยกระดับการส่งออก รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่ม และการปฏิรูปปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ทั้งหมดนี้เพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพมากขึ้น เกษตรกรมีรายได้ที่เพียงพอ และดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข

๑๑. โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง จากสภาพของชุมชนแฟลตดินแดง ซึ่งมีอายุมากกว่า ๕๕ ปี มีสภาพที่ทรุดโทรมและไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย รัฐบาลจึงได้จัดทำโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงเพื่อแก้ไขปัญหา โดยจัดทำเป็น ๔ ระยะ ระยะที่ ๑ ได้เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ เป็นการสร้างอาคารแปลง G สำหรับผู้อยู่อาศัยเดิม ปัจจุบันได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้ทำพิธีเปิดโครงการระยะที่ ๑ ประชาชนจากแฟลตเดิมหลังที่ ๑๘ -  ๒๒ ได้ย้ายเข้าพักอาศัยแล้ว และได้เริ่มแผนโครงการระยะที่ ๒ จำนวน ๒ อาคาร จะแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๓ และระยะที่ ๓ และ ๔ จนถึงปี ๒๕๖๗ เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ นับว่าโครงการจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในสังคมเมือง

๑๒. การแก้ไขปัญหาของประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งมีหลากหลายกรณีปัญหา ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดให้มีการแก้ปัญหาที่สามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การจัดที่ทำกินให้กับชุมชน จำนวน ๔๘๖ ชุมชน ซึ่งเดิมมีแนวความคิดในการออกโฉนดชุมชน แต่ในปัจจุบันมีแนวทางดำเนินการตามแนวทางที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติกำหนด จึงได้ชะลอการดำเนินการตามมาตรการดูแลรักษาพื้นที่ไว้ชั่วคราว โดยให้ชุมชนจัดทำข้อมูลพิกัดแนวเขตพื้นที่และรายละเอียดครัวเรือนไว้ และให้ กอ.รมน.จังหวัด ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ ร่วมกันพิจารณาให้ได้ข้อยุติ แล้วเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามหลักเกณฑ์ต่อไป

๑๓. การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกส่งผลเสียต่อสภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน รัฐบาลจึงได้มอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการแก้ไขปัญหา โดยมีการออกมาตรการที่สำคัญเช่น ยกเลิกการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ๔๓๒ รายการ ภายใน ๖ เดือน จำกัดการนำเข้าเศษพลาสติกภายใน ๒ ปี ยกเลิกการนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว และเพิ่มความเข้มงวดการติดตามตรวจสอบการนำเข้าและการประกอบกิจการ ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะหยุดการเป็นถังขยะโลก เพิ่มมาตรฐานคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่สะอาด

๑๔. การจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างและรถตู้สาธารณะอย่างยั่งยืน สภาพปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ต่าง ๆ ทำให้รถจักรยานยนต์รับจ้างเป็นทางเลือกหนึ่งของคนเมือง แต่ก็มีปัญหาในเรื่องของอุบัติเหตุ ค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรม มีมิจฉาชีพแอบแฝง รัฐบาลจึงดำเนินการจัดระเบียบเพื่อให้รถจักรยานยนต์รับจ้างมีความถูกต้อง มีการคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่มีใบขับขี่สาธารณะ ประชาชนได้รับความสะดวกปลอดภัยและมีความเป็นธรรม ปัจจุบันได้จัดระเบียบแล้วจำนวน ๕,๖๓๘ วิน ผู้ขับขี่ ๙๘,๘๒๖ คน

       สำหรับรถตู้สาธารณะ ซึ่งเป็นที่นิยมเช่นกัน ก็มีปัญหาต่าง ๆ เช่น ความปลอดภัยอันเนื่องจากการขับรถเร็ว การบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวน ผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาต การกีดขวางการจราจร และการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคา รัฐบาลจึงมีนโยบายจัดระเบียบรถตู้สาธารณะเพื่อแก้ปัญหา เช่น การจดทะเบียนรถตู้ การกำหนดที่จอดใน
สถานีขนส่งทั้ง ๓ แห่งและจุดจอดชานเมือง ๔ แห่ง การตรวจสภาพรถ การติดตั้งระบบ
GPS ควบคุมความเร็ว กำหนดจำนวนที่นั่ง ๑๓ ที่นั่ง เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้ใช้บริการมีความปลอดภัย และมีความเป็นธรรมอย่างยั่งยืน

๑๕. โครงการ TAXI OK / TAXI VIP จากปัญหาการร้องเรียนเรื่องรถแท็กซี่ เช่น ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ขับรถประมาท สุภาพสตรีถูกล่วงละเมิด และรถแท็กซี่นอกระบบ ส่งผลกระทบถึงประชาชนที่ใช้บริการ รัฐบาลจึงได้บูรณาการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้จัดทำโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการบริการ ได้แก่ โครงการ TAXI OK และ TAXI VIP กำหนดให้รถแท็กซี่ต้องติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินรถแบบ GPS เครื่องบันทึกภาพ การแสดงพิกัดและความเร็วของรถ การขอความช่วยเหลือฉุกเฉินไปยังศูนย์ควบคุม รวมทั้งสามารถใช้ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนได้ ดังนั้นระบบ TAXI จะมีมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสากล และการบริการที่เป็นธรรม

๑๖.  การจัดระเบียบชายหาดและท่าเทียบเรือ เมืองพัทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดระเบียบพื้นที่แหลมบาลีฮายและบริเวณชายหาด ซึ่งมีปัญหาความไม่เป็นระเบียบ มีการจอดเรือสปีดโบ๊ท กีดขวางการใช้พื้นที่ โดยดำเนินการใน ๔ ด้าน ได้แก่ การปรับปรุงภูมิทัศน์ การรักษาความปลอดภัยและการจราจรทางบก การจราจรทางน้ำ และการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ จากผลการดำเนินการทำให้ปัจจุบันไม่มีเรือสปีดโบ๊ทจอดกีดขวาง ภูมิทัศน์สวยงานขึ้น ได้พื้นที่ชายหาดเพิ่มขึ้นจาก ๒๒ เมตร เป็น ๓๕ เมตร ท่าเทียบเรือมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย การจราจรมีความสะดวก ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถใช้พื้นที่การพักผ่อนได้สะดวกขึ้น และสามารถเป็นโมเดลให้กับพื้นที่ชายหาดอื่น ๆ ได้ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ

๑๗. โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณป้อมมหากาฬ ป้อมมหากาฬได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี ๒๔๙๒ และรัฐบาลในปี ๒๕๐๒ ได้มอบหมายให้กรุงเทพมหานคร ซ่อมแซมป้อมและปรับปรุงที่ดินบริเวณหลังป้อม โดยจัดทำเป็นสวนสาธารณะ รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์โบราณสถานด้วย แต่ด้วยผ่านมาหลายสิบปี ประชาชนในชุมชนป้อมมหากาฬ นอกจากจะไม่มีการย้ายออกแล้วยังมีการย้ายเข้าเพิ่มมากขึ้น และมีการสร้างโรงเรือนเพิ่มขึ้นมากถึง ๑๐๒ หลัง รัฐบาลจึงได้ริเริ่มโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณป้อมมหากาฬ ในพื้นที่เกือบ ๕ ไร่ และด้วยความร่วมมือระหว่างฝ่ายความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และประชาชนในพื้นที่ การดำเนินการจึงประสบผลสำเร็จด้วยการสร้างความเข้าใจและให้ความช่วยเหลือ จนปัจจุบันประชาชนที่อาศัยอยู่เดิมได้ย้ายออกจากพื้นที่ทั้งหมด และกรุงเทพมหานครได้ปรับปรุงพื้นที่เป็นสวนสาธารณะชั่วคราว และบำรุงรักษาอาคารที่อนุรักษ์ไว้ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และเปิดให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในพื้นที่สวนสาธารณะแล้ว

๑๘. การดำเนินการระบบตั๋วร่วม กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบตั๋วร่วม เพื่อนำมาใช้ในการเดินทางเชื่อมต่อของทุกระบบในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เช่น รถไฟฟ้า รถไฟ รถโดยสารประจำทาง เรือโดยสาร ระบบทางพิเศษ นอกจากนั้นกระทรวงการคลัง ได้มีแผนบูรณาการระบบตั๋วร่วมเข้ากับระบบจ่ายเงินเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ปัจจุบันได้เปิดการใช้งานผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ในรูปแบบบัตรแมงมุม ๒.๐ บัตรแมงมุม ๒.๕ และบัตรแมงมุม ๔.๐ และภายในปี ๒๕๖๒ จะสามารถใช้ได้กับรถขนส่งมวลชนกรุงเทพ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ท เรล ลิงก์ และในอนาคตจะใช้ได้กับรถร่วมบริการ และเรือโดยสาร ดังนั้นในอนาคต ประชาชนจะสามารถใช้บัตรโดยสารเพียงใบเดียวในการเดินทาง มีความประหยัดและความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

๑๙. การจัดตั้งธนาคารที่ดิน ากปัญหาการถือครองที่ดินของไทย ที่มีความเหลื่อมล้ำเป็นอย่างมาก รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมด้วยการจัดตั้งธนาคารที่ดิน โดยมีสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) รับผิดชอบดำเนินการ และได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดิน เข้าสู่กระบวนการเพื่อจัดตั้งธนาคารที่ดิน ซึ่งในระหว่างการจัดตั้งนี้ สถาบันฯ ได้ดำเนินภารกิจการกระจายการถือครองที่ดิน โดยตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๙ สามารถช่วยเหลือเกษตรกรแล้วกว่า ๓๐๒ ราย และได้ดำเนินโครงการนำร่องธนาคารที่ดินที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน และกำลังดำเนินการต่อในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัด
สุราษฎร์ธานี รวมทั้งเร่งผลักดันการจัดตั้งธนาคารที่ดินให้ประสบผลสำเร็จต่อไป

๒๐. การแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากสภาพปัญหาการจราจรที่สืบเนื่องมาจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง ๖ โครงการ ทำให้ประชาชนต้องใช้เวลาเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางลาดพร้าว คณะทำงานจึงได้แก้ไขปัญหาด้วยการตัดเกาะกลางถนนปรับเป็นจุดกลับรถบริเวณหน้าศาลอาญา การย้ายจุดขึ้น – ลงรถโดยสารประจำทาง การกวดขันรถโดยสารประจำทางไม่ให้เกิดการกีดขวาง และการขยับแนวแบริเออร์ให้ชิดเกาะกลางถนนมากที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้การจราจรมีความคล่องตัวมากขึ้น และบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

      ผลงานทั้งหมดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของผลการขับเคลื่อนของคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ ๕ และคณะอนุกรรมการ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดียิ่ง ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ คณะกรรมการจะได้เร่งรัดการทำงานเพื่อให้งานต่าง ๆ บรรลุผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่ได้ตั้งแต่คณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพี่น้องประชาชน ที่ได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล มา ณ โอกาสนี้

 

"สรุปโดย ฝ่ายเลขานุการ กขป.5   30 ต.ค. 2561"

จำนวนคนอ่าน 69 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

 
« ธันวาคม 2561 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
       1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด
ขณะนี้มีผู้ Online อยู่
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
Number of Today 0 คน
Number of Yesterday 0 คน
Number of Lastmonth 7 คน
Total 1,490 คน
ลงนามสมุดเยี่ยม
รายการสมุดเยี่ยมชม
หัวข้อ : 0
ข้อความ : อยากทราบเกี่ยวกับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดค่ะ ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้ไหมค่ะ
ชื่อผู้ลงนาม : บี
หน่วยงาน/สังกัด : ผู้สนใจทั่วไป
email :
วันที่ลงนาม :   26/09/2561

ข้อความ : ขอเรียนถามครับ ช่วงนี้ทางศูนย์มีหลักสูตรอบรมไหมครับ
ชื่อผู้ลงนาม : นายบุญทัน เรืองมนตรี
หน่วยงาน/สังกัด :
email : kruit06@gmail.com
วันที่ลงนาม :   28/06/2561

ข้อความ : เรียน ท่านผู้เกี่ยวข้อง Thaifingerprint เป็นผู้นำเข้าหมึกพิมพ์ลายนิ้วมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานพิสูจน์อัตลักษณ์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับงานพิสูจน์หลักฐาน เช่น - ลูกกลิ้ง กลิ้งหมึก - หมึกพิมพ์แบบน้ำ - หมึกพิมพ์แบบตลับ - ผงหมึก - แท่นพิมพ์ลายนิ้วมือ - แผ่นคลึงหมึก ฯลฯ ซึ่งท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เวปไซต์ www.thaifingerprint.weebly.com หรือหากต้องการรายละเอียดใดๆเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 099-882-0689 ด้วยความนับถือ Thai Fingerprint 099 882 0689 www.thaifingerprint.weebly.com
ชื่อผู้ลงนาม : tHAIFINGERPRINT
หน่วยงาน/สังกัด : เจ้าของกิจการ/ผู้ประกอบการ
email : thaifingerprint@gmail.com
วันที่ลงนาม :   25/02/2559

  หน้าที่ :[ 1 ] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 ถัดไป>>