นายวัฒนา พุฒิชาติ
 ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี

ข่าวทันเหตุการณ์
สวทช.รุกงานวิจัยใช้ได้จริงเสริมแกร่งภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วันที่ 8 พ.ย. 2561 (จำนวนคนอ่าน 35 คน)

            สวทช. เดินหน้านำผลงานวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใช้ได้จริง เสริมความเข้มแข็งภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนกลาง  มอบโล่เชิดชูเกียรติ "วิทย์แปงบ้าน อีสานแปงเมือง” หนุนพัฒนาชุมชนและธุรกิจ  พร้อมลงนามความร่วมมือการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.)ส่งเสริมเศรษฐกิจภูมิภาค

            วันนี้(8 พ.ย.61 )ที่โรงแรมเซนทาราอุดรธานี อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ  สวทช. และผู้อำนวยการสถาบันจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) ร่วมเปิดงาน "สวทช. – วิทย์สัญจร” จังหวัดอุดรธานี "วิจัยเข้มแข็ง เสริมความแกร่งภูมิภาค” โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายจิรศักดิ์ ศรีคชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย นายเวียงชัย แก้วพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นายโสภณ สุวรรณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ตัวแทนจากจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการ คณาจารย์ นักเรียน นักวิจัย ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรม หอการค้า ผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือร่วมงานกว่า 800 คน

                นางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า สวทช. เป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) โดยในปี 2561 สวทช. เดินหน้าเชิงรุกเพื่อตอบโจทย์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อเสริมแกร่งสร้างผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง ทั้งในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และภูมิภาคทั่วประเทศ ตามนโยบายของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ให้ดำเนินงานโครงการ "บิ๊กร็อค” หรือโครงการที่มีผลกระทบสูงต่อประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ ด้วยการนำ วทน. ไปสู่ทุกกลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงและพัฒนาศักยภาพในสาขาอาชีพของตนเองทั้งวิทย์เพื่อธุรกิจ วิทย์เพื่อชุมชน และวิทย์สร้างคน  

                โดยผลงานที่สำคัญที่ดำเนินการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านพัฒนาชุมชน   อาทิ เทคโนโลยีโรงเรือนพลาสติกและการบริหารจัดการแบบครบวงจร ให้กับเกษตรกรแล้วกว่า 300 ครัวเรือน พร้อมคัดเลือกชุมชนต้นแบบเป็นจุดสาธิตใน 4 จังหวัด”   ด้านเสริมแกร่งผู้ประกอบการ  สนับสนุน SMEs ผ่านโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ ITAP จำนวน 142 โครงการ คิดเป็น 14% ของโครงการทั่วประเทศ มีมูลค่าของโครงการรวมกว่า 86 ล้านบาท โดยปีนี้เกิดผลกระทบจากโครงการในภาคอีสานที่ผ่านมาแล้วกว่า 780 ล้านบาท ด้านการพัฒนากำลังคน  สวทช. มอบทุนการศึกษาวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาให้กับนักศึกษาในภาคอีสานทั้งสิ้น 47 ทุน คิดเป็น 18% ของทุนทั้งหมดทั่วประเทศ รวมทั้งพัฒนาการเรียนการสอนด้านสะเต็มศึกษาให้กับครูผู้สอนในโรงเรียน 31 แห่งใน มีการจัดค่ายให้กับโรงเรียนในโครงงานค่ายสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัวและสร้างชิ้นงาน 3 มิติ ด้วย 3D Printer ดำเนินโครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab) เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรแก่เด็กและเยาวชนไทยให้กับ 28 โรงเรียน คิดเป็น 19% ของโรงเรียนที่ได้ดำเนินการทั่วประเทศ และโครงการสื่อการสอนโปรแกรมมิ่งในโรงเรียน (Coding at School Powered by KidBright)  ให้กับโรงเรียน 283 แห่ง คิดเป็น 36.5% ของจำนวนโรงเรียนทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ การนำ วทน. มาช่วยในการยกระดับเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

                พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีมอบรางวัล "วิทย์แปงบ้าน อีสานแปงเมือง”เชิดชูเกียรติบุคคลที่ใช้ วทน. เพื่อการพัฒนาชุมชน-ธุรกิจ และเป็นขวัญกำลังใจในคุณงามความดีแก่บุคคลต้นแบบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ฯ ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและชุมชมอย่างเป็นรูปธรรม สามารถสร้างผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ใน 2 สาขา คือ

                สาขาพัฒนาสังคม  นางสาวกัลยณัฏฐ์ พระศรีนาม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร บ้านบ่อเหมืองน้อย อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ผู้นำเกษตรกรที่เข้มแข็งเรียนรู้การปลูกสตรอว์เบอร์รี่ ร่วมกับ ศูนย์ไบโอเทค สวทช. และมหาวิทยาเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผลิตสตรอว์เบอร์รี่ขายด้วยตนเอง พร้อมทั้งบุกเบิกด้านการตลาดจนทำให้ชุมชนสามารถผลิตสตรอว์เบอร์รี่ขายเกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชน 1.4 ล้านบาทต่อปี จนเป็นที่มาของคำว่า "สตรอว์เบอร์รี่แดนอีสาน” นับเป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนำทาง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของชุมชนอย่างยั่งยืน

                 สาขาพัฒนาเศรษฐกิจ ได้แก่ นายเลอศักดิ์ เนื่องจำนงค์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ควอลิตี้ คอมโพเน้นท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สนับสนุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในและต่างประเทศ ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงมากกว่า 10 ปี ได้เข้าร่วมโครงการกับ ITAP มาแล้วกว่า 21 โครงการ มีความสนใจในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีความเหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าอยู่เสมอ บริษัทได้ขยายธุรกิจเพื่อผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่มอเตอร์ไซต์ ที่มีคุณภาพและนำมาผลิตในสเกลระดับอุตสาหกรรม โดยใช้แบรนด์ตนเองให้เป็นทางเลือกใหม่ กับผู้ใช้ยานพาหนะ ส่งขายยังตลาดล่างทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านมียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 10 ล้านบาท

                และ นายสุนทร ไกรตระกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คาร์เปท เมกเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการผลิตพรมทอมือ และพรมทอเครื่อง จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ จากความตั้งใจของผู้บริหารที่ต้องการจะพัฒนาท้องถิ่นในส่วนภูมิภาคและช่วยให้คนในชุมชนมีงานทำ จึงมาเปิดบริษัทที่จังหวัดขอนแก่น ด้วยการพัฒนาและนำวิทยาศาสตร์เข้าไปใช้ในบริษัท จึงขอรับการสนับสนุนจาก ITAP ตั้งแต่ปี 2548 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้นประมาณ 7 โครงการ ทั้งนี้การพัฒนาเทคโนโลยีของบริษัท ตั้งแต่บริษัทมีพนักงาน 7 คน และพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันสามารถสร้างงานให้กับคนในท้องถิ่นได้มากถึง 700 คน และทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ซึ่งลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มโรงแรมใหญ่ๆ และพระราชวังทั่วโลก

                พร้อมกันนี้ในงานยังจัดให้มีการลงนามความร่วมมือการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจในภูมิภาค ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนกลาง รวม 12 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และ กาฬสินธุ์

                การแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจ เพื่อนำเสนอผลงานสำคัญที่ สวทช. โดยแบ่งเป็น 3 โซนคือ วิทย์เพื่อธุรกิจ การบรรยาย "เทคนิคสู้ชีวิต ทำธุรกิจให้ติดปีก”  โดย นายกสมาคมการค้าซอฟต์แวร์และธุรกิจนวัตกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วิทย์เพื่อชุมชน ชมการสาธิตนวัตกรรมกี่ทอยกดอก 12 ตะกอ แบบไม่ใช้ไฟฟ้า ใช้ระบบบังคับการยกตะกอด้วยไม้ลายทำให้เกิดลวดลายโดยไม่ต้องท่องจำ อีกทั้งยังได้ลายผ้ารูปทรงเรขาคณิตที่มีความสม่ำเสมองดงามและร่วมสมัย การอบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มคุณภาพผ้าทอพื้นเมือง ด้วยนวัตกรรมเอนไซม์ ENZease (เอนอีซ) ที่ช่วยลอกแป้งและกำจัดสิ่งสกปรกบนผ้าฝ้ายไว้ในขั้นตอนเดียว การเพิ่มมูลค่าผ้าทอพื้นเมืองด้วยนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี และ วิทย์เพื่อพัฒนาคน อาทิ โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร สะเต็ม (STEM) เพื่อการวิจัยและพัฒนาสำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนับเป็นการเผยแพร่ผลงานวิจัยของ สวทช. และเครือข่ายพันธมิตร ให้กับชาวอีสานนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดทั้งในเชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์ เพื่อหนุนให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ในพื้นที่ รวมถึงช่วยพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 อันจะเป็นกำลังสำคัญในการก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ในอนาคต

                                ........................ ทีมข่าว ส.ปชส.อด.   ศรีภูมิ  ทองใหญ่ ณ อยุธยา  ข่าว/ภาพ

จำนวนคนอ่าน 36 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

ขณะนี้มีผู้ Online อยู่
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์