ข่าวประจำวัน >> ข่าวประจำวัน
วัดคุ้งตะเภาจัดพิธีสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ

วันที่ 30 มิ.ย. 2555 )

ฝ่ายการคณะสงฆ์วัดคุ้งตะเภา จังหวัดอุตรดิตถ์ จัดพิธีสมโภชพระบรมสารีริกธาตุซึ่งเป็นส่วนแห่งพระสรีระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เหลือจากการถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นวัตถุธาตุที่ศักดิสิทธิ์ที่สุดของพระพุทธศาสนา

       สายวันที่ ๓๐ มิ.ย.๕๕ ที่วัดคุ้งตะเภา หมู่ที่ ๔ ตำบลคุ้งตะเภา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์   พระเทพปริยัติวิธาน เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานฝ่ายการคณะสงฆ์ และ นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ  โดยมี ฝ่ายการคณะสงฆ์สังฆมณฑลอุตรดิตถ์ หัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน พุทธบริษัท ทายก ทายิกา และผู้เลื่อมใสศรัทธาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

        พิธีได้เริ่มด้วย นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ประธานฝ่ายฆราวาส อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานบนบุษบกบรมคันธกุฎี จากนั้น จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ประธานนำกล่าวบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พิธีกรอารธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล ประธานและผู้มีจิตศรัทธาสมาทานศีล จบแล้ว ร้อยตำรวจตรี ณรงค์ ถิ่นประชา อ่านหนังสือของสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชวัดบวรนิเวศ เรื่องประทานพระบรมสารีริกธาตุเพื่ออัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ วัดคุ้งตะเภา และหนังสือประทานนามพระพุทธรูปโบราณเนื้อสัมฤทธิ์ปางมารวิชัยที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดคุ้งตะเภา ว่า"พระพุทธสุโขสัมฤทธิ์อุตรดิตถ์มุนี” จบแล้ว พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๑๐ รูปเจริญชัยมงคลคาถา จบแล้ว พิธีกรอาราธนาพระปริตร พระเทพปริยัติวิธาน เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ และคณะสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๑๐ รูปเจริญพระพุทธมนต์สมโภช จบแล้ว พิธีกรนำกล่าวถวายสลากภัตต์ทาน พระเทพปริยัติวิธาน เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์และพระภิกษุสามเณร ๔๙ วัด ๒๐๙ รูปรับฉันภัตตาหารสลากภัตต์ทาน หลังจากฉันภัตตาหารสลากภัตต์ทานแล้ว คณะสงฆ์อนุโมทนา ผู้ร่วมพิธีกรวดน้ำรับพร จากนั้น พันเอก สิงหนาท โพธิ์กล่ำ ไวยาวัจกรวัดคุ้งตะเภาอ่านสำนึกในพระเมตตาธิคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ประธานและผู้มีเกียรติถวายจตุปัจจัยแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ คณะสงฆ์อนุโมททนา ผู้ร่วมพิธีกรวดน้ำรับพร เป็นเสร็จสิ้นพิธี  

        พระบรมสารีริกธาตุ คือส่วนแห่งพระสรีระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เหลือจากการถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นวัตถุธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของพระพุทธศาสนา ซึ่งในส่วนที่ประดิษฐานในวัดคุ้งตะเภาเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่ได้จากการถวายพระเพลิงพระบรมศพองค์พระสัมมาสัมพุทธเข้า ณ มกุฎพันธนเจดีย์ กรุงกุสินารา แคว้นมัลละ ชมพูทวีป เมื่อ ๑ ปีก่อนพุทธศักราช โดยเป็นส่วนที่โทณพราหมณ์เป็นผู้จัดสรรให้แก่บรรดาผู้ครองนครรัฐโบราณสมัยพุทธกาล ๘ พระนครทั่วชมพูทวีป ได้แก่ เมืองราชคฤห์ เมืองเวสาลี เมืองกบิลพัสดุ์ เมืองอัลลกัปปะ เมืองรามคาม เมืองเวฏฐทีปะ เมืองปาวา และเมืองกุสินารา ตามพระบัญชาของมัลละกษัตริย์ ซึ่งเป็นพระบรมสารีริกธาตุดั้งเดิมส่วนที่พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงบัญชาให้ขุดจากสถูปเจ้าผู้ครองนครโบราณทั้ง ๗ และอัญเชิญเพื่อไปแจกจ่ายสำหรับประดิษฐานในพระสถูปที่ทรงสร้างขึ้นใหม่ทั่วชมพูทวีป และพระองค์ยังได้ถวายพระบรมสารีริกธาตุแก่พระอรหันต์สมณทูตที่นำพระพุทธศาสนาไปประกาศในแคว้นต่าง ๆ ถึง ๙ สาย เพื่อจักได้ให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองแผ่ไพศาลถาวรไปทั่วในปี พ.ศ.๒๓๔ อีกด้วย  

        โดยพระบรมสารีริกธาตุของวัดคุ้งตะเภา ที่ได้รับประทานมาจากพระสังฆราชเป็นกรณีพิเศษ ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ เป็นพระบรมสารีริกธาตุหลวง ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระญาณสังวร สกลมหาสังฆปรินายก ที่ได้รักษาสืบมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธศาสนาตั้งมั่นในสยามประเทศ โดยได้รับการแบ่งถวายมาจากพระธรรมธีรราชมหามุนี เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นส่วนที่ได้รับถวายมาจากพระสังฆนายกของพม่า ซึ่งเป็นส่วนวิปปกิณณธาตุ เป็นของดั้งเดิมที่ได้มาครั้งพระเจ้าอโศกมหาราชส่งพระอรหันต์สมณทูตมาเจริญพระพุทธศาสนายังเมืองสุธรรมวดี เมื่อกว่า ๒๓๐๐ ปีก่อน และพระเจ้าอนุรุทธได้อัฐเชิญจากสถูปเก่ามาสร้างพระมหาเจดีย์เพื่อประดิษฐานยังเมืองพุกามในปี พ.ศ.๑๖๐๐ และได้ถูกค้นพบเมื่อรัฐบาลพม่าได้ทำการบูรณะพระมหาเจดีย์เมืองพุกาม เพื่อฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษในปี พ.ศ.๒๔๙๙ ซึ่งพระบรมสารีริกธาตุนี้ยังเป็นส่วนเดียวกับที่ได้แบ่งอัญเชิญไปประดิษฐานยังพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ บนยอดดอยอินทนน์อีกด้วย       

----------------------------------------------

ภาณุฉัตร สวัสดิชัย ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะโฆษกจังหวัดอุตรดิตถ์ รายงาน ๓๐/๐๖/๕๕

จำนวนคนอ่าน 754 คน จำนวนคนโหวต 0 คน