ข่าวประชาสัมพันธ์
รัฐบาลสนับสนุนทุกศาสนา รัฐบาลให้การอุปถัมป์คุ้มครองทุกศาสนาตามหน้าที่ โดยไม่มีการให้ความสำคัญกับศาสนาใดเป็นพิเศษ ย้ำประชาชนทุกศาสนาล้วนเป็นคนไทย

วันที่ 11 มิ.ย. 2561 (จำนวนคนอ่าน 9 คน)
สุรีย์ แสงทอง ส.ปชส.อุตรดิตถ์

                  รัฐบาลสนับสนุนทุกศาสนา  
รัฐบาลให้การอุปถัมป์คุ้มครองทุกศาสนาตามหน้าที่ โดยไม่มีการให้ความสำคัญกับศาสนาใดเป็นพิเศษ ย้ำประชาชนทุกศาสนาล้วนเป็นคนไทย 
                  จากที่มีการเผยแพร่ของมูลทางโซเชียลมีเดีย ที่มีลักษณะบิดเบือนเพื่อหวังให้เกิดผลกระทบต่อรัฐบาล โดยเฉพาะกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศกำลังเดินหน้าตามโรดแมป  ซึ่งล่าสุดมีการบิดเบือนข้อมูลในลักษณะว่า รัฐบาลพยายามสร้างประเด็น เพื่อปิดบังการที่รัฐบาลสนับสนุนกิจการในศาสนาอิสลามมากเป็นพิเศษ ทั้งการอ้างเรื่องของการเปิดทำนียบรัฐบาลเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอน การอนุมัติสร้างมัสยิดในหลายจังหวัด การให้เงินเดือนผู้นำทางศาสนานั้น เชื่อว่าทุกคนคงจะทราบว่าเป็นข้อมูลที่ปราศจากข้อเท็จริง แต่เนื่องจากเป็นการนำประเด็นเรื่องของศาสนาที่ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงต้องมีการเสนอข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน 

นายมานัส ทารัตน์ อธิบดีกรมศาสนา ชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชนว่า  การใช้สถานที่ของทำเนียบรัฐบาล จัดพิธีเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอนนั้น เป็นการดำเนินการตามหน้าที่ของรัฐบาลทุกรัฐบาล  ที่จะต้องอุปถัมป์คุ้มครองทุกศาสนาที่กฎหมายรับรอง นั่นคือ ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู และซิกซ์ และเพราะประชาชนทุกคนที่นับถือศาสนาทุกศาสนาล้วนเป็นพสกนิกรของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นประชาชนคนไทยทั้งสิ้น

ด้านการก่อสร้างและจดทะเบียนมัสยิดนั้นอยู่ในการรับผิดชอบดูแลของกรมการปกครอง นายศักดิ์ชัย  แตงฮ่อ รองอธิบดีกรมการปกครอง ให้ความชัดเจนว่าการก่อสร้างและจดทะเบียนมัสยิดต้องเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ และคำสั่ง คสช. ที่ 49/2559 ที่กำหนดมาตรการอุปถัมป์และคุ้มครองศาสนาทุกศสานา ให้เป็นไปตามหลักการของศาสนา ซึ่งการก่อสร้างมัสยิดทุกแห่งก็เพื่อให้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของพี่น้องมุสลิมในแต่ละพื้นที่ไม่มีจุดประสงค์อื่น ขณะที่ค่าตอบแทนผู้นำทางศาสนาก็เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่ไม่ได้สูงตามข้อมูลตามที่มีข้อมูลบิดเบือน

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆอย่างมีวิจารณญาน ไม่หลงเชื่อข่าวที่บิดเบือนในโลกโซเชียลจนทำให้เกิดความสับสน รวมถึงการส่งต่อ หรือ Share ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงทั้งนี้ไม่ใช่เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อรัฐบาล แต่ด้วยความเป็นห่วงประชาชนที่การ Share นั้นอาจเข้าข่ายความผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยไม่ได้ตั้งใจ 



จำนวนคนอ่าน 10 คน จำนวนคนโหวต 0 คน