เช็คด่วน!..รัฐปรับเงื่อนไข และคุณสมบัติ “โครงการจ้างงานเด็กจบใหม่” (26/01/2564) / ศาลจังหวัดมหาสารคาม จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสเปิดทำการ”ศาลจังหวัดมหาสารคาม”(แห่งใหม่) เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการตุลาการ (26/01/2564) / ผู้ว่าฯมหาสารคามกำชับเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจพื้นที่ภัยแล้ง เพื่อที่จะให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด (25/01/2564) / สถานการณ์ covid-19 จ.มหาสารคาม (25 ม.ค.64) (25/01/2564) / จ.มหาสารคาม ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย หลังขาดแคลนโลหิตช่วงวิกฤตโควิด-19 (25/01/2564) / โคกหนองนาแห่งน้ำใจ และความหวัง กรมราชทัณฑ์ โครงการพระราชทาน เพื่อให้ผู้ต้องขัง สามารถพึ่งพาตนเอง ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ (25/01/2564) / สถานการณ์ covid-19 จ.มหาสารคาม (24 ม.ค.64) (24/01/2564) / 
ข่าวท้องถิ่น ตักสิลานคร
กรมวิชาการเกษตร จับมือกลุ่มวังขนาย ขยายฐานการผลิตอ้อยอินทรีย์ เพื่อผลิตน้ำตาลออร์แกนิก 40,000 ตันป้อนตลาดโลก ที่ จ.มหาสารคาม

วันที่ 9 ก.ย. 2560 (จำนวนคนอ่าน 1107 คน)

กรมวิชาการเกษตร จับมือกลุ่มวังขนาย ขยายฐานการผลิตอ้อยอินทรีย์ เพื่อผลิตน้ำตาลออร์แกนิก 40,000 ตันป้อนตลาดโลก ที่ จ.มหาสารคาม

วันนี้(9ก.ย.60)ที่โรงงานน้ำตาลวังขนาย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยนายอุทัย นพคุณวงศ์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และนายเสน่ห์ นนทะโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการผลิตอ้อยอินทรีย์และอ้อยสะอาดปลอดภัย กับกลุ่มวังขนาย นำโดยนายบุญญฤทธิ์ ณ วังขนาย ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มวังขนาย และ ดร.ณรงค์ ชินบุตร ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมกลุ่มวังขนาย ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งภายในงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตอ้อยอินทรีย์ สุขภาพดี มีรายได้เพิ่ม ภายใต้โครงการความร่วมมือ ระหว่างกรมวิชาการเกษตรและกลุ่มวังขนาย มีเป้าหมายขยายพื้นที่ปลูกอ้อยอินทรีย์ ผลิตน้ำตาลออร์แกนิกมาตรฐานกรมวิชาการเกษตร 40,000 ตันต่อปี และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยในแปลงอ้อย ส่วนกิจกรรมอื่นๆภายในงาน มีนิทรรศการให้ความรู้ พร้อมแนะเรื่องการผลิตอ้อยอินทรีย์ จากเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรกำหนดการขับเคลื่อนนโยบายเกษตรอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560-2564 โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ในปี 2564 กว่า 1 ล้านไร่ โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่ปลูกอ้อยอินทรีย์ซึ่งปัจจุบันมีน้อย ในขณะที่โรงงานน้ำตาลมีความต้องการอ้อยอินทรีย์เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นน้ำตาลออร์แกนิกป้อนตลาดต่างประเทศ โดยโครงการความร่วมมือผลิตอ้อยอินทรีย์และอ้อยสะอาดปลอดภัยระหว่างกรมวิชาการเกษตรและกลุ่มวังขนาย ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 มีการจัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตอ้อยอินทรีย์อย่างถูกต้อง การจัดทำแปลงเรียนรู้ แปลงต้นแบบ การตรวจรับรองแปลงอ้อยอินทรีย์ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มีเกษตรกรร่วมโครงการรวมทั้งหมด 1,223 ราย พื้นที่ประมาณ 27,427 ไร่ ซึ่งในจังหวัดมหาสารคามมีเกษตรกรอ้อยอินทรีย์ จำนวน 283 ราย พื้นที่ประมาณ 4,554 ไร่ และผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน Organic Thailand ของกรมวิชาการเกษตรจำนวน 90 ราย รวมพื้นที่ 1,502 ไร่ ได้ผลผลิตอ้อยอินทรีย์ 15,086 ตัน ถือเป็นโรงงานน้ำตาลแห่งแรกในประเทศไทยที่ผลิตอ้อยอินทรีย์และน้ำตาลมาตรฐาน Organic Thailand ของกรมวิชาการเกษตร

สำหรับการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ จะส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อน 3 กิจกรรม คือ 1.การขยายพื้นที่ปลูกอ้อยอินทรีย์ที่งดใช้สารเคมีทุกชนิด ไม่ใช้อ้อยจากการตัดต่อพันธุกรรม มีการฟื้นฟูอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ยั่งยืน 2.การผลิตอ้อยและน้ำตาลปลอดภัย โดยใช้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP เพื่อควบคุมการใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็น ผลิตน้ำตาลปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ลดมลพิษจากการเผาอ้อยโดยรณรงค์ให้เกษตรกรตัดอ้อยสด และ 3.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยในแปลงอ้อย โดยเกษตรสามารถผสมปุ๋ยใส่แปลงอ้อยตามผลวิเคราะห์ตัวอย่างดินได้ ช่วยลดต้นทุนและป้องกันการเสื่อมของหน้าดิน

ด้าน นายบุญญฤทธิ์ ณ วังขนาย ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มวังขนาย กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มวังขนายได้จัดทำโครงการปลูกอ้อยอินทรีย์มากว่า 10 ปี ผลิตน้ำตาลออร์แกนิกจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ เริ่มจำหน่ายครั้งแรกในปี 2554 ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานของประชาคมเศรษฐกิจยุโรป(EEC 483/2007) , มาตรฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา(USDA-NOP) , มาตรฐานประเทศญี่ปุ่น(Japan Agriculture Standard ; JAS) และมาตรฐานประเทศเกาหลี(Korean Organic) สามารถผลิตน้ำตาลออร์แกนิกได้จำนวน 15,000 ตัน จำหน่ายในประเทศประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ และอีก 25 เปอร์เซ็นต์ จำหน่ายในประเทศแถบเอเชียและยุโรป ได้แก่ เกาหลีใต้ ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน โอเชียเนีย และนิวซีแลนด์ โดยกลุ่มวังขนายตั้งเป้าหมายภายใน 3-5 ปีนี้ จะเพิ่มปริมาณอ้อยอินทรีย์ให้ได้ร้อยละ 30 ของปริมาณอ้อยทั้งหมดของกลุ่มวังขนาย

นายบุญญฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มวังขนายมีความพร้อมในการผลิตอ้อยอินทรีย์และอ้อยสะอาดปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลติดตามและตรวจประเมินแปลงเบื้องต้นโดยใช้ระบบควบคุมภายในก่อนจะตัดอ้อยอินทรีย์เข้าหีบเพื่อผลิตน้ำตาลออร์แกนิก นอกจากนี้ยังสนับสนุนปัจจัยการผลิต และสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ โดยในกลุ่มที่ได้รับรองมาตรฐานอ้อยอินทรีย์ จะเพิ่มค่าอ้อย 100 บาทต่อตัน ส่วนกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในระยะปรับเปลี่ยนจะเพิ่มค่าอ้อย 50 บาทต่อตัน นอกจากนี้ ยังมีการเก็บตัวอย่างดินจากแปลงปลูกของเกษตรกว่า 20,000 ตัวอย่าง ส่งให้กรมวิชาการเกษตรแนะนำการใช้ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ตัวอย่างดิน โดยกรมวิชาการเกษตรและกลุ่มวังขนายจะนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาแอปพลิเคชันการใช้ปุ๋ยอ้อยร่วมกันต่อไป

...ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว