ข่าวเด่น
บทความพิเศษอาเซียน สร้างความร่วมมือด้านแรงงานกับประเทศลุ่มน้ำโขงแบบครอบคลุมทุกมิติ

วันที่ 8 ก.ย. 2558 )

              จากการประชุมความร่วมมือเชิงวิชาการด้านแรงงานระดับรัฐมนตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี กล่าวในพิธีเปิดการประชุมความร่วมมือเชิงวิชาการด้านแรงงานระดับรัฐมนตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้หัวข้อ "ความร่วมมือด้านแรงงานเพื่อยกระดับคุณภาพแรงงานอพยพกับการจ้างงาน” (Enhancing Labour Cooperation on Migration for Employment in CLMTV)  ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงานและความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ระหว่างประเทศลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีผู้เข้าร่วมระดับรัฐมนตรีและผู้แทนระดับสูงจาก 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา ไทยและเวียดนาม ซึ่งในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงได้มีแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงในการส่งเสริมการขยายตัวทางการค้า การลงทุนอุตสาหกรรม การสนับสนุนการจ้างงาน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น และความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีและการศึกษา ทำให้ ณ วันนี้ กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงเป็นแหล่งผลิตที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก จนมีการกล่าวว่าภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเป็นแหล่งผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลก รวมทั้งมีวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวและมีมรดกโลกที่สำคัญ ทำให้กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงมีเสน่ห์ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ดังนั้น นายกรัฐมนตรีมีความคาดหวังที่จะให้เกิดการประชุมร่วมกันระหว่างกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงในทุกๆ กรอบความร่วมมือ เพื่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางในกรอบความร่วมมือด้านแรงงานของไทยกับกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงในการร่วมกันหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปในประเด็นสำคัญๆ ที่คั่งค้าง เพื่อผลักดันความร่วมมือในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับแรงงานให้ขยายผลอย่างต่อเนื่องและเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งควรจะต้องให้ความสำคัญ 4 เรื่องด้วยกัน คือ 1. การเพิ่มศักยภาพของกำลังแรงงานในภูมิภาค โดยการยกระดับความรู้แรงงานสู่แรงงานคุณภาพ การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน และการอบรมฝีมือแรงงานเฉพาะทางเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ  2. การโยกย้ายถิ่นฐานของแรงงาน จำเป็นต้องคำนึงถึงการจัดส่งและนำเข้าแรงงานที่ถูกกฎหมายและเป็นธรรม ถ้าทุกประเทศในลุ่มน้ำโขงทั้งประเทศ  ผู้ส่งแรงงานและประเทศผู้รับแรงงานร่วมกันกำกับดูแลในเรื่องนี้ จะเป็นแนวทางการป้องกันและขจัดการเกิดปัญหาการค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. ความร่วมมือด้านแรงงานต้องครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่การศึกษา การแลกเปลี่ยนข้อมูล การบริหารจัดการแรงงาน การให้การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานรวมไปถึงความร่วมมือด้านการจ้างงานให้เป็นไปตามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) และบันทึกข้อตกลง (Agreement) 4. ความต่อเนื่องทั้งการประชุมและความร่วมมือกันในทางปฏิบัติในทุกๆ ปี หรือทุกสองปีตามความเหมาะสม โดยหวังอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้จะเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม และมุ่งก้าวสู่การเสริมสร้างศักยภาพด้านแรงงานร่วมกัน ตลอดจนเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของภูมิภาค และความผาสุกของประชาชนในลุ่มน้ำโขงต่อไป

กัมปนาท  พอจิต / เรียบเรียง
8 กันยายน 2558
ข้อมูลจาก เว็บไซต์รัฐบาลไทย


 
« กรกฎาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด
Number of Today 0 คน
Number of Yesterday 0 คน
Number of Lastmonth 0 คน
Total 40,501 คน