ข่าวเด่น
นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.น่าน ตรวจติดตามผลสัมฤทธิ์การบูรณาการความร่วมมือของคณะอนุฯ นโยบายที่ดิน จ.น่าน

วันที่ 23 ธ.ค. 2559 )

         ณ จุดชมวิวบ้านน้ำป้าก ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา จ.น่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลสัมฤทธิ์การบูรณาการความร่วมมือของคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดน่าน และพบปะประชาชนที่มารอให้การต้อนรับ พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี อาทิ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น ข้าราชการและประชาชนมาให้การต้อนรับ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านกล่าวรายงาน
        สำหรับพื้นที่บ้านน้ำป้าก อ.ท่าวังผา จ.น่าน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำยาว และน้ำสวด มีเนื้อที่รวม 17,815 ไร่ โดยประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่สูงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2551 ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากถล่มทั้งสองหมู่บ้าน เป็นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่เสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณผ่านมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้โครงการ "ปลูกป่า สร้างคน บนวิถีพอเพียง รักษาต้นน้ำ บรรเทาอุทกภัย” โดยการปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ทั้งป่าที่เป็นไม้กิน ไม้เศรษฐกิจ และไม้ใช้สอย โดยการให้ประชาชนมีส่วนร่วมและสามารถมีอาชีพที่ถูกกฎหมาย ซึ่งสามารถคืนพื้นที่ป่าได้ถึง 4,000 ไร่ นอกจากนี้ ประชาชนยังร่วมมือร่วมใจในการปกป้องรักษาป่าโดยการจัดขอบเขตให้มีการปักธงสี ตั้งแต่ธงสีเหลืองขึ้นไปเป็นป่าอนุรักษ์ ธงสีส้มเป็นป่าไม้กิน ไม้เศรษฐกิจ และไม้ใช้สอย ส่วนธงสีขาวเป็นพื้นที่สามารถออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป.ส. 23) จำนวน 5 แปลง เนื้อที่ 15,055 ไร่ มีราษฎรได้รับประโยชน์ 1,991 ครอบครัว ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน 
             จากนั้นนายกรัฐมนตรีเป็นประธานสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป.ส. 23) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อนำไปมอบต่อให้กับราษฎรบ้านน้ำป้าก ห้วยธนู ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา และราษฎรบ้านน้ำมีด ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบอุปกรณ์ดับไฟป่าให้กับผู้แทนเครือข่ายลุ่มน้ำสายคัวะก๋าบ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับประชาชนว่า การมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรือที่อยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป.ส.23) เป็นการจัดที่ดินให้กับชุมชนและประชาชน เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ที่มีความตั้งใจในการจัดสรรพื้นที่ทำกินให้มีความเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงต้องมีการปรับพื้นที่ให้เหมาะสมอย่างเป็นธรรมและถูกกฎหมาย โดยมีพื้นที่ของการอยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ พื้นที่ป่าชุมชน และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นป่า เป็นภูเขา ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณประชากรที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมของสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลง จึงทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนพื้นที่ทำกินของประชาชน ดังนั้น ภาครัฐได้เข้ามาดำเนินการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาอาชีพให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง โดยต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ด้วย พร้อมทั้งขอให้ประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำมาหากินในพื้นที่ผิดกฎหมาย หยุดการกระทำ เพราะจะส่งผลเสียต่อประเทศชาติในอนาคตข้างหน้า นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยังได้ชื่นชมการทำงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวทางพระราชดำริ ที่ร่วมมือกับคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ตลอดจนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงภาคประชาชน และภาคประชาสังคมที่ช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องการจัดการที่ดินให้มีความสมดุล เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนทั้งในเรื่องการประกอบอาชีพ การอยู่อาศัยในชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ โดยไม่ทำลายธรรมชาติในพื้นที่ป่าของจังหวัด พร้อมแนะนำการปลูกพืชการเกษตรของแต่ละพื้นที่มาปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ทันสมัย ให้มีการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง เพิ่มมูลค่าให้สินค้า สร้างรายได้ให้กับประเทศ และวางแนวทางการพัฒนาประเทศในอนาคต ไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน พร้อมทั้งเดินหน้าประเทศไทยตามแนวทางประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ตามหลักสากล จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางไปบ้านห้วยส้มป่อยเพื่อพบหารือกับภาคประชาสังคมและผู้นำชุมชนท้องถิ่นของจังหวัดน่าน และเข้ากราบนมัสการพระพุทธมหาพรหมอุดมสักยมุนี พระประธานจตุรพักตร์ในวิหารหลวงวัดภูมินทร์ จ.น่าน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร 
 
ที่มา : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษกทำเนียบรัฐบาล
 
 

 
« สิงหาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด
Number of Today 0 คน
Number of Yesterday 0 คน
Number of Lastmonth 0 คน
Total 40,501 คน