ข่าวประชาสัมพันธ์
ขับรถอย่างปลอดภัยในภาวะฝนตกถนนลื่น

วันที่ 6 มิ.ย. 2560 (จำนวนคนอ่าน 94 คน)
 

บทความเพื่อการประชาสัมพันธ์ด้านสังคม

เรื่อง   ขับรถอย่างปลอดภัยในภาวะฝนตกถนนลื่น

เรียบเรียงโดย  เพทาย  พิศุทธิ์ประภัสสร

……………………………………………………….

            ช่วงนี้อากาศแปรปรวนไม่เป็นไปตามฤดูกาล หน้าหนาวแต่กลับมีฝนตกลงมา ไม่สามารถทราบได้เลยว่าฝนจะตกตอนไหน เวลาฝนตกการขับรถก็จะลำบากถนนก็ลื่นระยะการมองเห็นก็ไม่ชัดเจน หากเกิดน้ำท่วมการจราจรก็ติดขัดหากมีรถเสียเกิดขึ้นคงวิกฤตเดือดร้อนกันไปใหญ่ บรรดาผู้ใช้รถใช้ถนนไม่มีใครที่ชอบเหตุการณ์เหล่านี้แน่นอน โดยเฉพาะถนนในกรุงเทพมหานครในย่านการจราจรแออัดขวักไขว่

             ในกรณีที่มีฝนตกแบบพรำ ๆ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรทำให้หลายคนรีบขับรถด้วยความเร็วสูงในขณะที่ฝนตกโปรย ๆ นั้น ถนนที่เคยแห้งมาเป็นเวลาหลายวันซึ่งเต็มไปด้วยเศษฝุ่นและเศษดิน ที่สำคัญคราบเขม่าน้ำมันหรือแม้กระทั่งคราบน้ำมันที่เกิดจากการปรุงอาหารจากร้านค้าตามริมฟุตบาทที่สะสมบนท้องถนนมานานเมื่อเจอน้ำฝนที่ตกโปรย ๆ ทำให้ถนนลื่น เป็นที่ทราบกันในบรรดานักบิดมอเตอร์ไซค์เป็นอย่างดีว่าหากขับรถผ่านเข้าไปจะทำให้เสียหลักลื่นล้มสไลด์ไปเฉย ๆ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยมีวิธีในการขับรถในภาวะฝนตกถนนลื่นมีวิธีการ ดังนี้ 

             อันดับแรกเราต้องเตรียมรถยนต์ของเราให้มีความพร้อมที่จะสามารถขับรถเมื่อฝนตกถนนลื่น เริ่มด้วยการเช็คผ้าเบรกเปลี่ยนให้พร้อมเมื่อต้องเบรกรถกะทันหัน เปลี่ยนยางใบพัดน้ำฝน เช็คลมยางและสภาพยาง วางแผนก่อนออกเดินทาง ขับรถต้องระมัดระวังไม่ควรใช้ความเร็วสูง เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเผื่อระยะเบรกพอสมควร หากจำเป็นต้องขับรถในช่วงฝนตกและถนนลื่นให้ระมัดระวังในช่วงแรกที่ฝนเพิ่งตกลงมาใหม่ ๆ เพราะโคลนหรือน้ำมันที่อยู่บนผิวพื้นถนนจะรวมตัวกับน้ำฝนกลายเป็นชั้นผิวลื่น ๆ ตามพื้นถนน อาจทำให้รถเสียหลักสไลด์ได้ง่ายโดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งจะทำให้รถที่ขับตามมาเสียหลักอาจเกิดอุบัติเหตุได้ หากฝนตกหนักไม่ควรเปิดไฟหนาฉุกเฉินเพราะจะทำให้แยกไม่ออกหากมีรถที่ได้รับอุบัติเหตุแล้วเปิดไฟฉุกเฉินจอดข้างทาง ไม่สามารถให้สัญญาณเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายจากรถที่ตามมาเดาทิศทางของรถไม่ได้

            การขับรถช้า ๆ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยไม่ให้รถเกิดการลื่นไถลได้ หากเกิดการลื่นไถลอย่าเหยียบเบรกอย่างรุนแรง ควรเหยียบเบรกอย่างมั่นคงที่ระดับหนึ่งที่สม่ำเสมอ และควบคุมพวงมาลัยให้อยู่ในทิศทางที่รถไถลไป การทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดอุบัติเหตุได้มาก    ให้หยุดรถในบริเวณที่ปลอดภัยจนกระทั่งฝนซาหรือหยุดตก กรณีที่จอดรถบนไหล่ทางให้จอดห่างจากถนนให้มากที่สุดและเปิดไฟฉุกเฉินไว้เตือนรถที่วิ่งมาให้ทราบว่ามีรถจอดอยู่ข้างทาง หลีกเลี่ยงการใช้เบรกควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น เปิดไฟหน้ารถเพื่อช่วยให้มองเห็นทาง และรถคันอื่นก็เห็นรถเราได้ดีขึ้น เมื่อเจอแอ่งน้ำหากเราขับรถผ่านปริมาณน้ำที่อยู่หน้ายางจะรวมตัวกันมาก แรงดันของน้ำทำให้ยางยกตัวสูงจากพื้นถนนและไถลได้ ดังนั้น หากจำเป็นต้องขับรถเหยียบแอ่งน้ำควรเตรียมพร้อมโดยใช้มือทั้งสองประคองพวงมาลัยให้มั่นคง เพราะอาจทำให้รถสะบัดและอาจเปลี่ยนทิศทางได้ง่าย ทางที่ดีไม่ควรขับด้วยความเร็วและควรหลีกเลี่ยงแอ่งน้ำ กรณีต้องขับรถผ่านบริเวณน้ำท่วมสูงมาก ๆ ควรหลีกเลี่ยงแต่ถ้าจำเป็นต้องขับผ่านควรปิดแอร์ก่อนขับรถผ่านน้ำท่วมสูงไป

            หลังจากผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรค์ดังกล่าวข้างต้นมาแล้ว สิ่งที่ควรปฏิบัติอีกอย่างก็คือ การดูแลผ้าเบรกให้แห้งหลังจากลุยน้ำมา โดยการแตะเบรกเบา ๆ เพื่อให้ผ้าเบรกแห้ง สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยในการขับรถบนท้องถนนช่วงหน้าฝนก็คือไม่ประมาทและควรเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าปกติ การเตรียมสภาพรถให้พร้อม สำหรับการขับรถในช่วงหน้าฝน การเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถเป็นพิเศษ การขับรถไม่เร็ว การเรียนรู้วิธีแก้ไขเหตุฉุกเฉินขณะขับรถในช่วงฝนตกถนนลื่น จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และที่สำคัญคือ การขับรถอย่างมีสติ

                                      ----------------------------------


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี