ข่าวประชาสัมพันธ์
เรียนรู้การขับรถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่าง ๆ

วันที่ 6 มิ.ย. 2560 (จำนวนคนอ่าน 76 คน)
 

บทความเพื่อการประชาสัมพันธ์ด้านสังคม

เรื่อง   เรียนรู้การขับรถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่าง ๆ 

เรียบเรียงโดย  เพทาย  พิศุทธิ์ประภัสสร

……………………………………………………….

            เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันจำนวนการใช้รถจักรยานยนต์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น    อุบัติเหตุที่เกิดจากรถจักรยานยนต์ก็มีขึ้นอยู่เนือง ๆ นอกจากการปฏิบัติขับขี่ตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดแล้ว ยังต้องเพิ่มมาตรการเรียนรู้การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่าง ๆ อีกด้วย นอกจากจะป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วยังช่วยลดความเสียหายหรือสูญเสียให้น้อยลงจากอุบัติเหตุนั้นได้เช่นกัน ซึ่งอุบติเหตุในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นมีได้หลายกรณี ผู้ขับขี่ควรเรียนรู้ถึงวิธีการเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าวในเบื้องต้น ดังนี้

            กรณีขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนที่มีน้ำมัน  คราบน้ำมันพวกนี้ จะทำให้พื้นผิวถนนมีความมันทำให้ลื่นได้ง่าย โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ต้องใช้การทรงตัว เมื่อเจอเข้าไปเป็นอันต้องล้มทุกราย วิธีสังเกตง่าย ๆ คราบน้ำมันเหล่านี้เวลาเป็นคราบอยู่บนพื้นถนน จะทำให้พื้นถนนตรงนั้นคล้ำเป็นพิเศษ มีความมันวาว แต่บางที่ก็อาจจะเป็นแค่คราบน้ำธรรมดาก็ได้ หรืออาจจะใช้วิธีดมกลิ่นในกรณีที่        ขับไปแล้วได้กลิ่นคล้าย ๆ กับน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันเชื่อเพลิง ก็ให้พยายามชะลอรถเพื่อดูเหตุการณ์ข้างหน้าก่อนว่ารถที่ขับไปข้างหน้านั้นมีรถคันไหนลื่นล้มอยู่หรือมีอาการเสียหลักในการทรงตัว        การขับรถช้า ๆ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยไม่ให้รถเกิดการลื่นไถลได้ หรือการทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดอุบัติเหตุได้มาก ควรให้เปิดไฟฉุกเฉินไว้เตือนรถคันอื่นให้ทราบด้วย

             กรณีขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนที่มีน้ำ  ควรใช้เกียร์ต่ำเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์ให้อยู่ในระดับหนึ่งตลอดเวลา เมื่อพ้นถนนที่มีน้ำขังแล้ว ให้ใช้เบรคเป็นระยะ ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรกจนเบรกอยู่ในสภาพปกติ ในกรณีที่เครื่องยนต์ดับ ต้องจูงรถไปให้พ้นน้ำแล้วถอดหัวเทียนออกมาเช็ดทำความสะอาดให้แห้ง ตรวจสอบและทำให้ระบบไฟจุดระเบิดปราศจากความชื้น และนำอุปกรณ์ต่าง ๆ ประกอบเข้าที่เดิมอย่างถูกต้อง แล้วจึงติดเครื่องยนต์เพื่อใช้งานต่อไป

              กรณีเบรคไม่ทำงาน   ขั้นแรกตั้งสติให้ดีเสียก่อนจากนั้นลดเกียร์ต่ำสุดเพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยเบรค เมื่อสามารถหยุดรถได้แล้ว ควรเร่งแก้ไขข้อผิดพลาด และขณะเกิดเหตุควรบีบแตรไว้ตลอดเวลา เพื่อเตือนให้รถคันอื่นทราบถึงปัญหาที่กำลังประสบ

               หากคันเร่งค้าง  ปิดกุญแจสวิตซ์หรือดึงสายไฟเพื่อตัดระบบจุดระเบิดเครื่องยนต์

               กรณีเครื่องร้อนเกินไป  เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงอาจเกิดจากลูกสูบเกิดอาการฝืด เกิดเสียงเหมือนใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรก (ขณะแล่นอยู่โดยไม่เร่งเครื่อง) ควรเข้าเกียร์ว่างทันทีเพื่อป้องกันปัญหาเครื่องหยุดทำงาน และแตะเบรกเบา ๆ ควรรอให้เครื่องเย็นสมควรจึงค่อยตรวจดูน้ำมันเครื่อง และน้ำหล่อเย็น

                กรณีเกิดยางรถระเบิด  ควรตั้งสติควบคุมรถให้ดี ใช้เข่าทั้งสองข้างบีบถังน้ำมัน ปล่อยให้รถช้าลงด้วยตัวของมันเองแล้วจึงใช้ห้ามล้อ และนำรถเข้าจอดในที่ปลอดภัย

                หากมีหลุมลึก หากจำเป็นต้องขับขี่ผ่านหลุมลึกหรือผิวขรุขระมาก ๆ ควรยืนในลักษณะย่อเข่าเล็กน้อยพร้อมทั้งโยกตัวไปในทิศทางตรงกันข้ามกับระดับตัวรถที่เอียงเมื่อขับผ่านหลุมหรือเนินต่าง ๆ จะช่วยควบคุมรถได้ดีกว่าการนั่ง

                 กรณีเบรกแล้วล้อล็อค  สำหรับรถที่ไม่มีระบบ ABS ส่วนมากมักเกิดที่ล้อหลัง เมื่อเกิดการล็อคและลื่นไถลของล้อควรใช้น้ำหนักของเบรกหน้าเพิ่มขึ้นหรือผ่อนเบรกหลังและเพิ่มแรงสลับกันถี่ ๆ เพื่อให้ล้อหมุนกลิ้งกับพื้นถนนให้มากที่สุด และหากเกิดกับล้อหน้าให้ใช้วิธีเดียวกัน เพื่อให้สามารถควบคุมทิศทางของรถและลดความเร็วลงได้อย่างปลอดภัย

                  อย่างไรก็ตาม นอกจากการสร้างวินัยในการขับขี่ให้ถูกต้องตามกฎจราจรแล้ว สิ่งสำคัญการเตรียมตัวให้พร้อมรับในสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในการขับขี่นั้น ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการเกิดการสูญเสียเริ่มจากตัวเราเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยในอนาคตข้างหน้า

 

                                      ----------------------------------


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี