ข่าวประชาสัมพันธ์
โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ภายใต้ความร่วมมือไทย – จีน)

วันที่ 23 มิ.ย. 2560 (จำนวนคนอ่าน 476 คน)
 

             รัฐบาลมีนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานการพัฒนาระบบรางเพื่อขนส่งมวลชน และการบริหารจัดการระบบขนส่งสินค้าและบริการ โดบเชื่อมโยงโครงข่ายในพื้นที่ชนบท พื้นที่เมืองและระหว่างประเทศ ต่อมา รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทยและกรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน  ว่าด้วนการกระชับความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๕ ขณะนี้  นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้เร่งรัดการดำเนินโครงการความร่วมมือไทย – จีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของไทยให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว  โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงสายช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา อยู่ระหว่างการขออนุมัติ ครม. ดำเนินโครงการ ฯ  ซึ่ง การรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการเพิ่มเติมข้อมูลประกอบการพิจารณาของ ครม. สำหรับการเจรจาลงนามในสัญญา คาดว่าจะสามารถส่งร่างสัญญาการออกแบบรายละเอียดให้สำนักงานอัยการสูงสุดได้ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐

            ส่วนปัญหาที่ทำให้การสร้างล่าช้า เนื่องจากความไม่เข้าใจบริบทของกฏหมายไทยที่ฝ่ายจีนนำเป็นต้องยืนข้อเสนอในการออกแบบรายละเอียดงานโยธา เพื่อให้ฝ่ายไทยสามารถนำไปใช้ประกวดราคาหาผู้รับเหมาตามกฏหมายและระเบียบปฏิบัติ การคำนวณปริมาณงานกับการจัดจำนวนผู้ปฏิบัติงานยังไม่สอดคล้องกัน ทั้งในด้านการออกแบบรายละเอียดและการควบคุมงาน ทำให้ไม่สามารถคำนวณมูลค่าของสัญญาได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมกำลังเร่งรัดขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็ว

            การดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญและจะกระทำไปด้วยความรอบคอบ รัดกุม เพื่อให้เกิดความโปร่งในและได้รับความเชื่อถือ และการสนับสนุนจากประชาชนอย่างมากที่สุดต่อไป

ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากโครงการรถไฟความเร็วสูง

            ๑.เปิดโอกาสการเป็นศูนย์กลางการเดินรถ และการซ่อมบำรุงของรถไฟระบบทางกว้างมาตรฐานของอาเซียน

            ๒.เชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียนกับประเทศจีน อินเดีย และปากีสถาน

            ๓.เพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางราง ทำให้เกิด  Modal  Shift  ในการขนส่งของประเทศ

            ๔.ส่งเสริมให้การเดินทาง การค้า และการลงทุนระหว่างไทย ลาว และจีนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอีกด้วย

            ๕.ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการลงทุนภาครัฐ

            ๖.มีการพัฒนาพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟและบริเวณย่านสถานีรถไฟ ทำให้เกิดเศรษฐกิจใหม่ รวมทั้งช่วยกระตุ้นให้เกิดการกระจายความเจริญสู่ระดับท้องถิ่น

            ๗.มีการจ้างงานและใช้วัสดุอุปกรณ์ภายในประเทศ

            ๘.ประชาชนมีทางเลือกในการดำเนินทางระหว่างภูมิภาคเพิ่มขึ้น ช่วยลดปัญหาความหนาแน่นบนท้องถนน และลดการเกิดอุบัตุเหตุจราจร

 


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี