ข่าวประชาสัมพันธ์
การพัฒนาการศึกษาอาชีวศึกษาทวิภาคี

วันที่ 23 มิ.ย. 2560 (จำนวนคนอ่าน 267 คน)
 

              รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น ให้สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนภาคเศรษฐกิจของประเทศ และเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กระทรวงศึกษาธิการ จึงพิจารณาดำเนินการโครงการขยายและยกระดับการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

            สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ได้จัดทำแผนผังความเชื่อมโยงระหว่างคุณลักษณะ / สาขาวิชาชีพของแรงงานที่ภาคอุตสาหกรรมและภาคอื่น ๆ ต้องการ โดยแบ่งอุตสาหกรรรมออกเป็นกลุ่ม First S-CURVE  ได้แก่วสาขาวิชายานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร และกลุ่ม  New S- CURVE  ได้แก่ สาขาวิชาหุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร

            อีกทั้ง ยังได้เตรียมความพร้อมในการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยให้สถานศึกษาในพื้นที่ ๓ จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ระยอง เปิดสอนในสาขาวิชาช่างอากาศยาน ระบบขนส่งระบบราง ปิโตรเคมี ปิโตรเลียม เป็นต้น พร้อมทั้งตั้งศูนย์ประสานงานทั้ง ๓ จังหวัด

            สถานประกอบการสามารถเข้าร่วมจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี โดยใช้กลไกเข้าร่วมการเรียมการสอนระบบทวิภาคีได้ ๒ แนวทาง ได้แก่

            ๑.ขอรับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน

            ๒.ประสานไปยังสถานศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมจัดการเรียนการสอนในระบบทวิภาคี โดยสามารถใช้สิทธิลดหย่อนทางภาษีได้ตามเงื่อนไขของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและกรมสรรพากร ซึ่งทั้งสองกลไกนี้ เป็นการสร้างแรงจูงใจให้สถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการพัฒนาการศึกษาอาชีวศึกษาทวิภาคี

๑.ผู้เรียนด้านวิชาชีพ มีทักษะฝีมือที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น ตรงความต้องการพัฒนาประเทศ

๒.การจัดการอาชีวศึกษามีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ประชาชนมีทัศนคติที่ดี ต้องการส่งบุตรหลานเข้าเรียนอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้น

๓.ภาคเอกชนจะได้กำลังคนทั้งปริมาณและคุณภาพ มีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการ ครอบคลุมอุตสาหกรรม First S – CURVE  และ  New S – CURVE ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่  Thailand ๔.๐

 


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี