ข่าวประชาสัมพันธ์
พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ(MOU) การเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (No Plastic Bottle Cap Seal)

วันที่ 6 มี.ค. 2561 (จำนวนคนอ่าน 41 คน)
 

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น 2 อาคารกรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย สถาบันพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก กรมประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือการขับเคลื่อนการเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม โดยมีนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ ( MOU ) ดังกล่าว


            นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในปัจจุบันมีการนำพลาสติกมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น และถูกทิ้งเป็นขยะมูลฝอยด้วยปริมาณและสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดปัญหาขยะพลาสติกทั้งบนบกและทางทะเล รัฐบาลจึงมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาขยะ พลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานร่วมกันให้มีความสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ (..2559 -2564) โดยการใช้มาตรการลดหรือเลิกใช้พลาสติกที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถุงพลาสติก พลาสติกหุ้มขวดน้ำดื่ม หรืออื่น ตามที่มีข้อมูลทางวิชาการ สนับสนุน และการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับทุกคนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการช่วยกันลดการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ไม่จำเป็น


            นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการผลิตขวดพลาสติกเพื่อบรรจุน้ำดื่ม ประมาณ 4,400 ล้านขวดต่อปีโดยประมาณ โดยมีสัดส่วนการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ร้อยละ 60 หรือ ประมาณ 2,600 ล้านขวดต่อปี พลาสติกหุ้มฝาขวดก่อให้เกิดขยะพลาสติก 2,600 ล้านชิ้นต่อปี หรือคิดเป็นน้ำหนักประมาณ 520 ตันต่อปี หรือมีความยาว 260,000 กิโลเมตร คิดเป็นความยาวรอบโลก 6.5 รอบ พลาสติกหุ้มฝาขวดผลิตจากพลาสติกพีวีซี (Polyvinyl Chloride: PVC) ซึ่งมีขนาดชิ้นเล็ก น้ำหนักเบา ง่ายต่อการทิ้งกระจัดกระจายลงในสิ่งแวดล้อม ยากต่อการรวบรวมและจัดเก็บเพื่อนำกลับมารีไซเคิลและไม่คุ้มทุนในการดำเนินการ ทำให้ถูกทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อมทั้งบนบกและทางทะเลซึ่งจะไม่ย่อยสลายหากไม่มีการรวบรวมเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง ขยะพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มจะเป็นส่วนที่ก่อให้เกิดปัญหาการอุดตันตามท่อระบายน้ำ บางส่วนตกค้างในสิ่งแวดล้อมบนบก บางส่วนไหลลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง และท้องทะเล จากข้อมูลการผ่าซากสัตว์ทะเลที่ตายจะพบว่ามีสาเหตุจากการกินพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มซึ่งรวมอยู่กับพลาสติกอื่น ๆ ในหลาย ๆ ประเทศไม่มีการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ จีน เกาหลี ใต้หวัน ญี่ปุ่น เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี อังกฤษ สำหรับประเทศไทยน้ำดื่มบรรจุขวดมีทั้งที่ใช้และไม่ใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกโดยการช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ จึงได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย สถาบันพลาสติก กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย และสมาคมผู้ค้าปลีกไทย รวมทั้งบริษัทผู้ผลิตน้ำดื่มยี่ห้อต่าง ๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินการเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มในอุตสาหกรรมน้ำดื่มไทย ซึ่งผู้ประกอบการได้ตระหนักถึงผลกระทบและสมัครใจที่จะร่วมกันเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดฎน้าดื่มโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งจะทำให้ลดปริมาณขยะพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มได้ถึง 2,600 ล้านชิ้นต่อปี หรือคิดเป็นน้ำหนัก 520 ตันต่อปี


            นายวันชัย ศรีทองคำ (รักษาการ) ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของอาหารและการบริโภคอาหารสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า น้ำดื่มบรรจุขวดเป็นผลิตภัณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เป็นอาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ผู้ผลิตต้องขออนุญาตผลิต ขอรับเลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์ และแสดงฉลากให้ถูกต้อง โดยน้ำดื่มที่สะอาดต้องเป็นน้ำที่ผ่านมาตรฐาน ทั้งนี้ การใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ไม่ได้เป็นข้อบังคับตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 (..2524) เรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท โดยทั่วไป น้ำดื่มบรรจุขวดจะมีวงแหวนเล็ก ๆ ด้านล่างฝาติดผนึกอยู่กับฝาขวด หากยังไม่เปิดขวด วงแหวนนั้นจะไม่ขาดจากกัน ผู้บริโภคสามารถสังเกตรอยเชื่อมต่อกันเป็นช่วง ๆ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าขวดน้ำดื่มยังไม่มีการเปิดก่อนถึงมือผู้บริโภค ดังนั้น เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่เป็นไปในมาตรฐานเดียวกันของอุตสาหกรรมน้ำดื่มไทย อย. จึงได้ให้ความร่วมมือกับกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตาม "โครงการความร่วมมือการเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม”


            นายวีระ อัครพุทธิพร ประธานกรรมการบริหารและอุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินการประสานชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้กับสมาชิกกลุ่มผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดได้รับทราบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของภาครัฐเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและให้ความร่วมมือในการเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม โดยได้ส่งเสริมสนับสนุนบริษัทผู้ผลิตน้ำดื่มรายใหญ่ จำนวน 5 ราย เป็นผู้นำในการเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม โดยมีข้อตกลงร่วมกันที่จะดำเนินการเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม นับจากสินค้าออกจากโรงงานอุตสาหกรรม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป ทั้งนี้ สมาชิกหรือผู้ประกอบการใดมีความพร้อมในการบริหารการใช้พลาสติกหุ้มขวดหมดก่อน สามารถดำเนินการยกเลิกไปก่อนก็ได้ ประกอบด้วย 1) บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตน้ำดื่มสิงห์ 2) บริษัท เสริมสุข จำกัด มหาชน (จำกัด) ผู้ผลิตน้ำดื่มคริสตัล 3) บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด ผู้ผลิตน้ำดื่มช้าง 4) บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตน้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ และ 5) บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน ) ผู้ผลิตน้ำดื่มคาราบาว นอกจากนี้ สมาคมฯ จะเป็นต้นแบบของการขยายผลเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ไปยังบริษัทผู้ผลิตน้ำดื่มรายย่อยอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน


            นายอภิภพ พึ่งชาญชัยกุล รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาของอุตสาหกรรมพลาสติกตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ควบคู่กับการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ โดยผลิตภัณฑ์พลาสติกเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายและจากความนิยมนี้ เรายังขาดความเข้าใจ การใช้งานผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ถูกต้องและระบบการจัดการขยะพลาสติกหลังการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ อันส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการภาคเอกชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน โดยนำหลักการของ Circular Economy มาใช้ในการผลิตเพื่อนำพลาสติกกลับมาใช้งานอย่างคุ้มค่ามากที่สุด และลดการผลิตสินค้าพลาสติกที่เกินความจำเป็น เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก


 


 


 


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี