ข่าวประชาสัมพันธ์
ประเด็นข่าว TOP 5 **

วันที่ 25 ก.พ. 2562 (จำนวนคนอ่าน 11 คน)
 

(1). ประเด็น  ข่าวเรื่อง  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ยืนยันข่าวเปิดบัญชีที่ธนาคารออมสิน รับเงิน 3,000 บาท จากรัฐบาลไม่เป็นความจริง ส่วนผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคนยังคงได้รับสิทธิต่าง ๆ เหมือนเดิม
 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ยืนยันข่าวเปิดบัญชีที่ธนาคารออมสิน รับเงิน 3,000 บาท จากรัฐบาลไม่เป็นความจริง ส่วนผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคนยังคงได้รับสิทธิต่าง ๆ เหมือนเดิม
 พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในหลายจังหวัดไปต่อคิวเปิดบัญชีกับธนาคารออมสินโดยเข้าใจว่ารัฐบาลจะนำเงินเข้าบัญชีให้ 3,000 บาท ว่า เรื่องดังกล่าว ไม่เป็นความจริง โดยอาจเกิดจากความเข้าใจผิดเพราะมีการส่งต่อข้อมูลกันในโซเชียลมีเดียและพูดกันปากต่อปาก ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงคือ ธนาคารออมสินได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป เปิดบัญชีและทำบัตรเอทีเอ็มกับทางธนาคารโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมทำบัตร ค่าธรรมเนียมประจำปี และค่ารักษาบัญชี ซึ่งเป็นการจูงใจลูกค้าผู้ใช้บริการตามปกติ ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยแสดงความเป็นห่วงเรื่องการรับข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้โอนเงินเข้าบัญชี 3,000 บาทแต่อย่างใด ส่วนผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคนยังคงได้รับสิทธิต่าง ๆ เหมือนเดิม จึงได้กำชับให้ธนาคารออมสิน หน่วยงานภาครัฐ และผู้นำท้องถิ่นเร่งสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ธนาคาร และป้องกันผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสโจมตีรัฐบาลด้วย "นายกรัฐมนตรี ขอให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ซึ่งจะเป็นผลดีแก่ทุกคน และช่วยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งค์มิจฉาชีพที่อาจแฝงเข้ามาในรูปแบบต่าง ๆ"
-------------------------

(2). ประเด็น ข่าวเรื่อง   กระทรวงคมนาคม ดำเนินการฝึกซ้อมเสมือนจริงตามคู่มือแผนบริหารความ เสี่ยงและแผนเผชิญเหตุของระบบขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อสร้างความมั่นใจผู้ใช้บริการ
 กระทรวงคมนาคม ดำเนินการฝึกซ้อมเสมือนจริงตามคู่มือแผนบริหารความ เสี่ยงและแผนเผชิญเหตุของระบบขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อสร้างความมั่นใจผู้ใช้บริการ
 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมร่วมฝึกซ้อมเสมือนจริงตามคู่มือแผนบริหารความเสี่ยงและแผนเผชิญเหตุของระบบขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ สถานีรถไฟฟ้าแยกนนทบุรี 1 จังหวัดนนทบุรี ด้วยการจำลองสถานการณ์รถไฟฟ้าสายฉลองรัฐธรรมติดค้างระหว่างสถานีสะพานพระนั่งเกล้า - สถานีไทรม้า เนื่องจากเกิด Emergency Brake ไม่ทราบสาเหตุ ในการฝึกซ้อมฯ มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารรับทราบอย่างต่อเนื่อง การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การอพยพผู้โดยสารระหว่างรถไฟฟ้าสู่รถไฟฟ้าอีกขบวน และการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุรถไฟฟ้าขัดข้องทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการให้บริการเดินรถไฟฟ้ารองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว หากรถไฟฟ้าเกิดเหตุขัดข้อง ผู้ให้บริการเดินรถต้องมีความพร้อมในการแก้ไขสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว หน่วยสื่อสารและหน่วยบริการจะต้องรับทราบขั้นตอนการประสานงานเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงานได้อย่างแท้จริงและรวดเร็ว การฝึกซ้อมฯ ครั้งนี้ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อม สำหรับการฝึกซ้อมในครั้งนี้เป็นไปตาม บันทึกความร่วมมือเพื่อเผชิญเหตุตามแผนบริหารความเสี่ยงและเผชิญเหตุของระบบการขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานในสังกัด รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 13 หน่วยงาน เพื่อให้ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสามารถแก้ไขและบรรเทาเหตุการณ์จนสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จากบันทึกความร่วมมือดังกล่าว ได้กำหนดให้ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน เป็นประจำทุก 4 เดือน
-------------------------

(3).  ประเด็น ข่าวเรื่อง  กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กำชับเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อป้องกันการเกิดหมอกควันสร้างฝุ่นละออง โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน
 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กำชับเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อป้องกันการเกิดหมอกควันสร้างฝุ่นละออง โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน
 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ให้ทำโครงการระดมพลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ประจำปี 2562 ด้วยส่งกำลังพลไปสนับสนุนการปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 9 จังหวัดภาคเหนือระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ – 7 เมษายน เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน พบปัจจุบันมีค่าหมอกควันฝุ่นละออง PM 2.5 และ PM.10 มีแนวโน้มสูงขึ้น ประกอบกับ ยังมีไฟป่าเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือต่อเนื่อง ส่งผลต่อระบบนิเวศป่าไม้ เกิดมลพิษหมอกควัน และเกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม การเดินทาง และการท่องเที่ยว รวมถึง การดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน โดยคาดการณ์ว่าสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันจะมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนนี้ ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีมติให้ยกระดับการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมกำชับแก้ปัญหาฝุ่นละอองในต่างจังหวัดให้เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ได้ระดมกำลังพลจากพื้นที่มีปัญหาไฟป่าน้อยกว่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ด้วยการกำหนดมาตรการในช่วงวิกฤต ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ถึงเมษายน เพื่อสนับสนุนกำลังพลพนักงานดับไฟป่า
-------------------------

(4). ประเด็น ข่าวเรื่อง  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานพื้นที่ภาคเหนือ 7 จังหวัด คุณภาพอากาศในภาพรวมเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เร่งป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานพื้นที่ภาคเหนือ 7 จังหวัด คุณภาพอากาศในภาพรวมเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เร่งป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 05.00 น. พบว่า ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน ใน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ และตาก พร้อมประสานจังหวัดดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงได้จัดเจ้าหน้าชุดปฏิบัติการพร้อมด้วยเครื่องจักรกลสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาพื้นที่เกษตรกรรมให้กำหนดช่วงเวลา จัดระเบียบการเผา และประกาศเขตห้ามเผา ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุมให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
-------------------------

(5). ประเด็น ข่าวเรื่อง  กรมวิชาการเกษตรเตือนระวังหนอนเจาะผลมะเขือช่วงเก็บผลผลิต แนะหมั่นสำรวจแปลงปลูก ลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย
 กรมวิชาการเกษตรเตือนระวังหนอนเจาะผลมะเขือช่วงเก็บผลผลิต แนะหมั่นสำรวจแปลงปลูก ลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย
 นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ที่สภาพอากาศเย็นมีความชื้นสูงในช่วงเช้าและตอนกลางคืน ส่วนในตอนกลางวันอากาศร้อนอบอ้าว กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะเขือเฝ้าระวังการระบาดของหนอนเจาะผลมะเขือ ที่สามารถพบได้ในระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิต สำหรับในระยะเจริญเติบโตให้เกษตรกรสังเกตติดตามการระบาดของหนอนเจาะผลมะเขือ ตัวหนอนเจาะผลมะเขือจะเข้าทำลายยอดมะเขือ ทำให้ยอดเกิดความเสียหาย โดยตัวหนอนจะเจาะเข้าไปกัดกินภายในลำต้นมะเขือที่สูงจากยอดประมาณ 10 เซนติเมตร ทำให้ยอดมะเขือมีอาการเหี่ยวในเวลาที่มีแสงแดดจัด ระยะติดผล ตัวหนอนเจาะผลมะเขือจะเจาะเข้าไปกัดกินอยู่ภายในผลมะเขือ ทำให้ผลผลิตมะเขือเสียหายสำหรับแนวทางการป้องกันและกำจัดหนอนเจาะผลมะเขือนั้น ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจตรวจแปลงปลูก และเก็บยอดหรือผลมะเขือที่ถูกทำลายนำออกจากแปลงมาเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาด หากพบยอดมะเขือเหี่ยว 3-5 เปอร์เซ็นต์ หรือพบผลอ่อนมะเขือถูกทำลาย 5-10 เปอร์เซ็นต์ ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารเบตาไซฟลูทริน 2.5% อีซี อัตรา 80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเกษตรกรควรเลือกใช้สารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่ง และควรพ่นสารเคมีติดต่อกันอย่างน้อย 2-3 ครั้ง พ่นห่างกัน 1 สัปดาห์
-------------------------


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี