ข่าวประชาสัมพันธ์
จังหวัดราชบุรีกำหนดมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2016 (COVID-19) ฉบับที่ 4

วันที่ 31 มี.ค. 2563 )
 

           นายชยาวุธ  จันทร  ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า  เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันมีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อันเป็นโรคติดต่ออันตรายตามประกาศกระทรวงสาธารณ เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ และพบผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่จังหวัดราชบุรี จำนวน 8 ราย การควบคุมโรคอย่างทันเวลา และจำกัดการรวมตัวของประชาชน เพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดขยายวงกว้างออกไป จึงเป็นมาตรการที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 และตราข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548(ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 โดยให้ทุกจังหวัดพิจารณาปิดสถานที่ ซึ่งมีคนจำนวนมากไปทำกิจกรรมร่วมกัน และเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคเป็นการชั่วคราว

            ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35(1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดราชบุรี ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 จึงกำหนดมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ฉบับที่ 4 ดังต่อไปนี้

            1.ปิดสถานที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ได้แก่

               1.1 สถานที่เล่นการพนันทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน ได้แก่ ชนไก่ ,กัดปลา ,ชกมวย ,วัวลาน ฯลฯ ตลอดจนสถานที่ที่จัดให้มีการซ้อมชนไก่ด้วย

               1.2 สนามกีฬาของรัฐและเอกชนทุกแห่ง

               1.3 สนามมวยทั้งของรัฐและเอกชน

               1.4 สนามเด็กเล่น

               1.5 สถานศึกษาทุกประเภทของรัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันกวดวิชา,โรงเรียนสอนวิชาชีพ,โรงเรียนสอนทักษะกีฬา ฯลฯ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

            2.ปิดสถานที่ชั่วคราวต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 3-30 เมษายน พ.ศ.2563 ได้แก่

               2.1 ร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม ,ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่อยู่ในคูหา ,รถเข็นและแผงลอยจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม,ภัตตาคาร ,ห้องอาหาร,สโมสร หรือสถานประกอบการอื่นใดที่จำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ทั้งนี้ ผ่อนผันให้สามารถเปิดบริการได้เฉพาะการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น ยกเว้นโรงอาหารในโรงพยาบาลและโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ (ยกเว้นการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์)

               2.2 ห้างสรรพสินค้า ,ศูนย์การค้า, คอมมูนิตี้ มอลล์ ยกเว้นในส่วนซึ่งเป็นแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตแผนกขายยา,แผนกสินค้าเบ็ดเตล็ดอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ,ร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม(ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น) ,ร้านดอกไม้สด,อาหารสัตว์ ,ธนาคาร ,หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ และศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือหรือระบบสื่อสาร

               2.3 ตลาดนัด (ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารสด ,อาหารแห้ง ,อาหารปรุงสำเร็จ ,หรือเครื่องดื่มเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น ,อาหารสัตว์ ,ร้านดอกไม้สด,ยาและสินค้าเบ็ดเตล็ดอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิต)

               2.4 สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และสถานบันเทิงอื่นที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ รวมทั้งร้านคาราโอเกะ

               2.5 สวนสนุก สถานที่เล่นโบว์ลิ่ง ตู้เกมส์ หรือเครื่องเล่นเกมส์ทุกประเภท

               2.6 ร้านเกมส์และร้านอินเทอร์เน็ต

               2.7 สระว่ายน้ำ สวนน้ำ หรือกิจการอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

               2.8 ศูนย์พระเครื่อง – พระบูชา และสนามพระเครื่อง – พระบูชา

               2.9 ศูนย์การประชุม หอประชุม ห้องประชุม สโมสร หรืออาคารสถานที่อื่นใดของเอกชนที่ให้บริการจัดเลี้ยง ,จัดประชุม ,อบรม ,สัมมนา

               2.10 นวดแผนโบราณ/นวดไทย/นวดเพื่อสุขภาพ ทั้งภาครัฐและเอกชน

               2.11 สถานที่ออกกำลังกายภายในอาคาร(ฟิตเนส) และสปา ตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

               2.12 สถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร

               2.13 โรงภาพยนตร์ ,โรงมหรสพ ,การฉายหนังกลางแปลง

               2.14 สถานที่มีการแสดงหรือการละเล่นสาธารณะ

               2.15 ห้องสมุดประชาชน

               2.16 คลินิกทันตกรรม ให้ยึดตามแนวทางปฏิบัติเฉพาะกิจ (COVID-19) ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรีแจ้งเวียน

               2.17 ศาสนสถานของทุกศาสนา ยกเว้นการประกอบศาสนกิจตามปกติ ,งานประกอบพิธีศพและงานอุปสมบท ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่เกิน 50 คน ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามแนวทางของมหาเถรสมาคม สภาคริสตจักร สำนักจุฬาราชมนตรี

            3.ปิดสถานที่ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายน พ.ศ.2563 ได้แก่

              3.1 ร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าปลีกที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง โดยให้เปิดบริการตั้งแต่เวลา 05.00 น. – 23.00 น. โดยงดให้บริการพื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มภายในร้าน

             3.2 ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม

             3.3 สนามกอล์ฟ หรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

             3.4 สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลิกนิกเวชกรรมในส่วนที่ให้บริการเสริมความงาม คลินิกเสริมความงาม และสถานเสริมความงาม

              3.5 โรงแรม ,รีสอร์ท ,โฮมสเตย์ ,เกสต์เฮ้าส์ ,หรือสถานที่พักแรมอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เฉพาะอำเภอสวนผึ้ง (ยกเว้นการเปิดเพื่อคัดกรองหรือรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ของรัฐ)

              3.6 โต๊ะสนุกเกอร์ ,บิลเลียด หรือการละเล่นอย่างอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

             ทั้งนี้ สถานที่ที่ได้รับยกเว้นตามประกาศนี้ หรือสถานที่อื่นนอกเหนือจากประกาศนี้ให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด และข้อ 11 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563

            กรณีผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ มีโทษตามนัยมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อนึ่ง ด้วยเหตุที่เป็นกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนและประโยชน์สาธารณะหากปล่อยให้เนิ่นช้าไป จะก่อผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อส่วนรวม จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามนัยมาตรา 30 วรรค 2 (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี