ข่าวประชาสัมพันธ์
จังหวัดราชบุรีเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ ปริมาณฝน และข่าวสารจากทางราชการ

วันที่ 28 พ.ค. 2563 )
 

            นายชยาวุธ  จันทร  ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรีได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทย ปี 2563 ว่าฤดูฝนปีนี้จะเริ่มต้นประมาณปลายสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคม 2563 และจะสิ้นสุดลงประมาณกลางเดือนตุลาคม 2563 โดยในช่วงเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น มีโอกาสสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่และอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่ เพื่อการเตรียมความพร้อม ป้องกัน รับมือ และลดผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

1.แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ ปริมาณฝน และข่าวสารจากทางราชการ รวมทั้งเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์วาตภัย ฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยแนะนำปฏิบัติตนให้ปลอดภัยตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพแข็งแรง จัดเก็บสิ่งของและหาสิ่งปกคลุมผลผลิตทางการเกษตร และดำเนินการ ตัดแต่งพุ่มไม้ และตัดหญ้าขึ้นรกร้างข้างทาง บริเวณถนนสาธารณะและทางจราจร เพื่อทัศนวิสัยที่ดีในการมองเห็น

2.วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์จากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ สภาวะอากาศ ปริมาณฝนและปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายและภาคเอกชน เพื่อเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัยและแผนเผชิญเหตุ สำหรับให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง

3.สื่อป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ให้หน่วยงานในพื้นที่ที่กำกับดูแล ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของป้าย หากพบความชำรุดเสียหายให้ดำเนินการซ่อมแซมในทันที และหากพบความไม่ปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน ให้ดำเนินการรื้อถอนทันที

4.หน่วยงานทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน และเครือข่ายอาสาสมัครจากทุกภาคส่วน เตรียมความพร้อมด้านสรรพกำลัง เครื่องจักรกลสาธารณภัย รวมทั้งให้จัดชุดเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุ และให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

5.กำชับทุก องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ใกล้แม่น้ำแม่กลองเตรียมกกระสอบทรายพร้อมวางคันกั้น/อุดท่อระบายน้ำ ป้องกันน้ำในแม่น้ำแม่กลองไม่ให้ไหลกลับเข้าพื้นที่

6.ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่พร้อมเตรียมสูบน้ำออกจากเขตชุมชนทันทีหากมีฝนตกหนักหรือน้ำในแม่น้ำไหลเข้าพื้นที่

7.กรณีบ้านเรือนของประชาชนริมตลิ่งที่ไม่อาจป้องกันได้ให้อพยพไปในที่ปลอดภัยหรือตั้งเต้นท์ให้พักอาศัยชั่วคราวพร้อมมอบเครื่องยังชีพ ให้ประชาชนเหล่ากาชาดร่วมสงเคราะห์และให้ความช่วยเหลือ

8.สำหรับแขวงทางหลวงชนบทราชบุรี/แขวงทางหลวงราชบุรี/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานทหารในพื้นที่ ให้ตรวจสอบคูระบายน้ำไหล่ทางที่ตื้นเขินหรือสวะอุดตันให้เร่งขุดลอกด่วนที่สุดหรือกรณีประชาชนทำทางเชื่อมเข้าที่พักอาศัยโดยไม่ฝังท่อลอดหรือท่อลอดไม่ได้ขนาดให้แก้ไขทันทีเพื่อให้น้ำฝนสามารถระบายอย่างคล่องตัว และไม่เอ่อล้นผิวจราจร

9.การระบายน้ำและการเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำให้ดำเนินการอย่างเป็นระบบเชื่อมโยงกันโดยเฉพาะตามรอยต่อเขตรับผิดชอบที่เป็นเส้นทางน้ำไหลผ่าน และให้ความสำคัญในการดำเนินการ ดังนี้

-เขตชุมชนและเส้นทางคมนาคมที่มักเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ ให้เร่งทำการขุดลอกท่อระบายน้ำ      ดูดเลน ทำความสะอาดร่องน้ำ เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางออกจากทางระบายน้ำ

-คู คลอง แหล่งน้ำต่าง ๆ ให้เร่งกำจัดพืช ขยะ สิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้สามารถรองรับน้ำฝนและ      น้ำจากท่อระบายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

10.หากเกิดสถานการณ์ขึ้นในพื้นที่ ให้รายงานสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือให้                 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรี ทราบภายใน 24 ชั่วโมง ที่หมายเลขโทรสาร 0 3233 2574-5 (แฟซ์อัตโนมัติ) สอบถามโทร 0 3233 2571-3

ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย     วาตภัย เช่น ขุดลอกคูคลอง กำจัดขยะที่กีดขวางทางระบายน้ำ เป็นต้น ในห้วงสัปดาห์รณรงค์เตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัย (อุทกภัย/วาตภัย) ในระหว่างวันที่ 1-7 มิถุนายน 2563


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี