FONTSIZE
ข่าวประชาสัมพันธ์
ไทยกระชับความร่วมมือ ในโอกาสครบรอบ 40 ปี อาเซียน-ญี่ปุ่น

วันที่ 23 ก.ย. 2556 (จำนวนคนอ่าน 98 คน)
 
ไทยกระชับความร่วมมือ ในโอกาสครบรอบ 40 ปี อาเซียน-ญี่ปุ่น
สู่แนวทางความมั่นคงอาหารในกรอบอาเซียน
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จับมือ กรมชลประทาน ร่วมสัมมนาพิเศษในโอกาสครบรอบ
40 ปี ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น ณ เมืองนิอิงาตะ
ประเทศญี่ปุ่น สู่ความร่วมมือแก้ปัญหาด้านความมั่นคงอาหาร
และบริหารจัดการน้ำทางการเกษตรอย่างยืนกับประเทศสมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่นร่วมกัน
โดยฝ่ายไทย ชูประเด็นการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงอาหารของไทย
ตามกรอบยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรฯ
พร้อมแนวทางบริหารจัดการน้ำของประเทศอันเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของภาคเกษตรไทยต่อที่ประชุม
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)
โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการสัมมนาพิเศษในโอกาสครบรอบ 40 ปี
ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น
เกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหาร
โดยมุ่งเน้นในประเด็นของการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาเกษตรที่ยั่งยืน
ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–7 กันยายนที่ผ่านมา ณ เมืองนิอิงาตะ
ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง สศก. ได้เข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าวด้วย
สำหรับการสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 40
ปีความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น จัดโดยกระทรวงเกษตร
ป่าไม้และประมงแห่งประเทศญี่ปุ่น (MAFF) ภายใต้โครงการ ASEAN–JAPAN Project
for Strengthening Capacity Building in Agriculture Sector in ASEAN
Countries (CB Project)
มีผู้แทนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงอาหารและการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรจากประเทศสมาชิกอาเซียน
ญี่ปุ่น สำนักเลขาธิการอาเซียน และวิทยากรพิเศษที่ได้รับเชิญเข้าร่วมสัมมนา
โดยได้มีการนำเสนอรายงานเป็นรายประเทศเกี่ยวกับนโยบายความมั่นคงอาหาร
การบริหารจัดการน้ำ และการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน
ในส่วนของผู้แทนจากประเทศไทย นอกจากผู้แทนของ สศก. (ดร.ทัศนีย์ เมืองแก้ว
รักษาการผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านนโยบายระบบเศรษฐกิจการเกษตร) แล้ว ยังร่วมด้วย
ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน (ดร.ทองเปลว
กองจันทร์)
ที่ได้ร่วมนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ความมั่นคงด้านอาหารและการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย
โดยกล่าวถึงสถานภาพและความสำคัญของภาคเกษตรไทยที่มีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
เนื่องจากมีคนไทยที่อาศัยอยู่ในภาคการเกษตรสูงถึงร้อยละ 36 ของประชากรทั้งหมด
และเป็นภาคการผลิตที่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศในสัดส่วนที่สูง
อีกทั้งไทยยังเป็นแหล่งสร้างรายได้จากการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อการส่งออกที่มีมูลค่าสูงอยู่ในลำดับต้นๆ
ของโลก อย่างไรก็ตาม
ประเทศไทยยังได้มีการเตรียมพร้อมในด้านความมั่นคงอาหารของชาติโดยการจัดทำกรอบยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านอาหาร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (พ.ศ. 2556–2559)
เพื่อให้คนไทยมีอาหารที่มีคุณภาพเพื่อบริโภคอย่างเพียงพอและยั่งยืน นอกจากนี้
เรื่องการบริหารจัดการน้ำซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการผลิตทางการเกษตรของไทย
กรมชลประทานได้กำหนดแผนการบริหารน้ำบนพื้นฐานของแผนการจัดสรรน้ำตามความต้องการของผู้ใช้น้ำ
โดยมีการติดตามอย่างใกล้ชิดจากคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
เพื่อให้มีการบริหารจัดการน้ำและการติดตามอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ในภาพรวมมากที่สุด
เลขาธิการ กล่าวทิ้งท้ายว่า การสัมมนาครั้งนี้
นับว่าได้รับความร่วมมือจากผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่นอย่างมาก
ที่ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนการนำเสนอรายงานรายประเทศและมีการนำเสนอข้อมูล
สถานการณ์ความมั่นคงอาหาร แนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร
และข้อเสนอแนะความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องร่วมกัน
ซึ่งผลลัพธ์จากการสัมมนาและข้อเสนอแนะ (Recommendation)
จะนำเสนอต่อที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและระดับรัฐมนตรีด้านการเกษตรและป่าไม้อาเซียนบวกสามเพื่อทราบต่อไป
โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือให้เกิดความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน
พร้อมกับการส่งเสริมให้มีการลงทุนด้านโครงสร้างและการบริหารจัดการระบบชลประทานเพื่อการเกษตรโดยให้เกษตรกรและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
อีกทั้งสนับสนุนให้ MAFF
ญี่ปุ่นดำเนินโครงการเพื่อการพัฒนาบุคลากรภาคเกษตรให้แก่อาเซียนอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์
เรียนรู้ความสำเร็จในด้านการจัดการปัจจัยการผลิตทางการเกษตรร่วมกัน
เพื่อพัฒนาการผลิตทางการเกษตรและยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรในอนาคต
**********************************
ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
ข้อมูล : สำนักเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ

 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี