ข่าวประชาสัมพันธ์
น้ำท่วมใต้ (1)

วันที่ 11 ม.ค. 2560 (จำนวนคนอ่าน 63 คน)
 

ทอป 5 ประจำวันที่ 10 มกราคม 2560 เรื่อง น้ำท่วมใต้ (1)
1. สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ในหลายจังหวัดยังคงได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยกรมปอ้งกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์อุทกภัย 11 จังหวัด พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย และแจ้งเตือน 9 จังหวัด เตรียมรับมือภาวะฝนตกหนัก ระหว่างวันที่ 10 – 11 มกราคมนี้

 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ฝนที่ตกหนัก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 111 อำเภอ 663 ตำบล 4,993 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 369,680 ครัวเรือน 1,105,731 คน ผู้เสียชีวิต 25 ราย สูญหาย 2 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 1 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ยังคงมีสถานการณ์ใน 11 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันระดับน้ำเริ่มลดลง และระดับทรงตัวในบางพื้นที่ โดย ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว พร้อมประสาน 9 จังหวัด เตรียมรับมือน้ำป่าไหลหลาก ดินไหล และดินถล่ม ในช่วงวันที่ 10 – 11 มกราคมนี้ โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย สำหรับผู้ประกอบการทางน้ำและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 2 – 3 วัน ขณะที่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ให้มากขึ้น

 นายเทอดศักดิ์ ลักษณะหุต หัวหน้าฝ่ายวิชาการ ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า สภาพใน จ.นครศรีธรรมราช ฝนลดลง ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ตอนบน และตอนกลางลดลงตามไปด้วย แต่ในพื้นที่ตอนล่าง มีระดับน้ำสูงขึ้นก่อนไหลออกสู่ทะเล มีปริมาณน้ำสะสมในลุ่มน้ำปากพนัง ประมาณ 1,050 ล้าน ลบม. ขณะนี้เหลือปริมาณน้ำ ประมาณ 980 ล้าน ลบม. ขณะที่มีความสามารถระบายน้ำได้ 160 ล้าน ลบม. ใช้เวลาระบายน้ำ 15-20 วัน จะเข้าสู่ภาวะปกติ

 อธิบดีกรมชลประทาน สั่งระดมเครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำ ติดตั้งที่ประตูระบายน้ำ ร่วมปฏิบัติงานกับ กองทัพเรือ จัดส่งเรือผลักดันน้ำ 50 ลำ มาติดตั้งที่คลองชะอวด แพรกเมือง อ.หัวไทร และที่ประตูระบายน้ำฉุกเฉิน อ.ปากพนัง

3. การรถไฟแห่งประเทศไทย ปรับเปลี่ยนการเปิดให้บริการเดินรถ และสถานีต้นทางปลายทาง เส้นทางรถไฟสายใต้ หลังสถานการณ์น้ำท่วมขยายวงกว้าง ส่งผลให้มีทางขาดระหว่างสถานีบางสะพานใหญ่-ชะม่วง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเปิดให้บริการเดินรถเส้นทางสายใต้ ประจำวันที่ 10 มกราคม 2560 ว่าขณะนี้ยังคงมีสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง และมีแนวโน้มการเกิดน้ำท่วมขยายเป็นวงกว้างจนกระทบต่อการให้บริการเดินรถของการรถไฟฯ โดยล่าสุดเมื่อเวลา 21.55 น. ของวันที่ 9 มกราคม 2560 ได้รับรายงานว่า ได้เกิดน้ำท่วมหนักขึ้นสูงหลายจุดจนทำให้ทางขาดระหว่างสถานีบางสะพานใหญ่-ชะม่วง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้การรถไฟฯ ต้องมีการปรับและงดการเดินรถบางขบวน พร้อมปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางในเส้นทางสายใต้ ให้เดินรถได้ถึงสถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารโดยขบวนรถที่ยังให้บริการ รถด่วนพิเศษดีเซลราง ขบวนที่ 43 กรุงเทพ - สุราษฎร์ธานี เดินรถได้ถึงสถานีหัวหิน / รถไฟฟรี 261 กรุงเทพ-หัวหิน เดินรถได้ตามปกติ /รถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 39 กรุงเทพ – สุราษฎร์ธานี เดินรถได้ถึงสถานีหัวหิน /ขบวนรถธรรมดาที่ 255 ธนบุรี – หลังสวน เดินรถได้ถึงสถานีประจวบคีรีขันธ์ส่วนขบวนที่เหลือ การรถไฟฯ งดให้บริการเดินรถทั้งหมดจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมลดลง และตรวจสอบความพร้อมของสภาพทางแล้วเสร็จ

 สำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าไปยังจังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้แล้ว สามารถติดต่อเพื่อขอคืนเงินค่าโดยสารได้เต็มราคา และในช่วงนี้การรถไฟฯ ขอแจ้งว่าจะไม่มีบริการขนถ่ายผู้โดยสารต่อทางรถยนต์ เนื่องจากเส้นทางถนนมีน้ำท่วมสูงเช่นกัน ขณะเดียวกันขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารที่มีความประสงค์เดินทางในเส้นทางรถไฟสายใต้ให้ตรวจสอบและติดต่อสอบถามรายละเอียดเป็นระยะ ก่อนเดินทางได้ที่สายด่วนโทร 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

 นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวด้วยว่า เส้นทางรถไฟสายใต้ เสียหาย 47 จุด แก้ไขแล้วเสร็จ 21 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข 23 จุด และอยู่ระหว่างเตรียมการแก้ไข 3 จุด ทางสายแยกกันตัง เสียหาย 6 จุด แก้ไขแล้วเสร็จ 5 จุด อยู่ระหว่างรอน้ำลดเพื่อเข้าไปแก้ไขอีก 1 จุด ทางสายแยกนครศรีธรรมราช เสียหาย 10 จุด แก้ไขแล้วเสร็จ 4 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข 5 จุด และอยู่ระหว่างรอน้ำลด เพื่อเข้าไปดำเนินการแก้ไขอีก 1 จุด
อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ฝ่ายการช่างโยธา เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยขอให้พนักงาน-เจ้าหน้าที่บำรุงทาง ตรวจทางและเฝ้าระวังตรวจสอบระดับน้ำตลอดเวลา รวมถึงจัดเตรียมแรงงาน เครื่องมือบำรุงทาง เครื่องกลบำรุงทางหนัก และรถอัดหินให้มีความพร้อมประจำในที่ตั้ง ให้สามารถเข้าไปแก้ไขทางได้ทันทีหลังน้ำลดลง เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางแก่พี่น้องประชาชนคนไทยสูงสุด

4. สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมทั้งเตรียมเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ที่เรือนพอเพียง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีช่วงบ่ายวันนี้

 นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้เปิด "ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้” ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นช่องทางในการประสานงานรับบริจาคเงินและสิ่งของในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบกับอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเบื้องต้นสำนักงานปลัดขอรับบริจาคเป็นเงินซึ่งประชาชนสามารถโอนเข้าที่บัญชีธนาคารกรุงไทยบัญชี ชื่อบัญชี "กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี" สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 ส่วนสิ่งของยังไม่ขอรับบริจาคเนื่องจากขนส่งไม่สะดวก ทั้งนี้หากมีผู้บริจาคสิ่งของ สปน. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดส่งมอบให้แก่ประชาชนที่เดือดร้อนต่อไป

 ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า หลักเกณฑ์การช่วยเหลือของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แบ่งเป็น 3 เรื่อง คือ เยียวยาผู้เสียชีวิต ซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง และเครื่องอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ต้องไม่ซ้ำซ้อนกับที่หน่วยงานอื่นๆ ได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว
สำหรับการเปิด"ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้” เบื้องต้นจะใช้เรือนพอเพียง บริเวณด้านหน้าสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นสถานที่ดำเนินการหลัก ซึ่งจะมีการติดป้าไวนิลให้เห็นเด่นชัด โดยในช่วงบ่ายหลังจากที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจนอกทำเนียบรัฐบาลแล้วจะเดินทางกลับไปเปิด"ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้” อย่างเป็นทางการ

5. -ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรออกมาตรการพักชำระหนี้เป็นเวลา 1 ปีแก่เกษตรกรภาคใต้ที่ประภัยอุทกภัยพร้อมร่วมปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และจัดหาสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูหลังน้ำลด

 นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ธ.ก.ส. จึงได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เบื้องต้นได้จัดสรรงบประมาณกว่า 22 ล้านบาทจัดถุงยังชีพจำนวนกว่า 8 หมื่นชุดนำไปมอบแก่สมาชิกและผู้ประสบภัย และภายหลังน้ำลดจะบรรเทาภาระหนี้สินด้วยการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 1 ปี โดยเข้าไปสำรวจความเสียหายประเมินสถานการณ์การเยียวยาตามช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ได้รับความเสียหายหนัก อาทิ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง ชุมพร ทั้งเกษตรกรสวนปาล์ม สวนยาง กล้วยหอม และนาข้าว จะมีมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ จัดหาสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูให้

 ทั้งนี้จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นมีสาขาของธนาคาร 4 แห่งได้รับผลกระทบทำให้ต้องปิดทำการ หากเกษตรกรต้องการสอบถามรายละเอียดและขอรับการช่วยเหลือ สามารถติดต่อผ่านทางสาขาของธนาคารที่ไม่ได้รับผลกระทบทุกแห่งทั่วประเทศ

6. กระทรวงสาธารณสุขเร่งย้ายผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ออกจาก รพ.บางสะพานหลังน้ำยังท่วมสูง พร้อมทั้งเปิดจุดพยาบาลนอกพื้นที่เพื่อให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

 นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับรายงานล่าสุดถึงสถานการณ์โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ระดับน้ำลดลงเหลือ 50 เซนติเมตรในตึกโรงพยาบาล จากคืนวันวานนี้น้ำสูงถึง 2 เมตรบริเวณด้านหลังหอพักบุคลากรสาธารณสุข ขณะที่อาคารผู้ป่วยนอก น้ำสูงกว่า 1 เมตรมีน้ำเข้าไปอาคาร 30 เซนติเมตร ทุกจุดน้ำท่วมมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลอีกประมาณ 40 คน ซึ่งอาการไม่หนัก แต่ได้ประสานกองบิน 5 ทหารอากาศส่งรถยกสูงเข้าไปรับผู้ป่วยทั้งหมดส่งต่อไปรพ.ประจวบคีรีขันธ์ และรพ.ทับสะแก ขณะที่การช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่บางส่วนที่ติดค้างในบ้านพัก ได้ส่งทีมจากจ.สระบุรี และนครปฐมลงไปช่วยเหลือแล้ว อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลบางสะพาน ยังดำเนินให้บริการรักษาและดูแลประชาชนต่อเนื่องแต่ย้ายจากที่ตั้งภายในโรงพยาบาล ไปเปิดจุดพยาบาลในพื้นที่อื่นแทน โดยตั้งใน 3 จุด คือ จุดที่โรงเรียนบางสะพานวิทยา ห่างจากรพ.3 กิโลเมตร จุดที่สอง อบต.กำเนิดนพคุณ ห่างจากรพ. 4 กิโลเมตร และจุดที่สาม บริเวณบ้านกรูด ซึ่งเป็นการให้บริการร่วมกับทีมแพทย์ฉุกเฉินจากรพ.จังหวัดอื่นๆ สำหรับการดูแลประชาชนและมาตรการช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดภาคใต้ รวมถึงการส่งทีมแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ ทีมฟื้นฟูหลังน้ำลด และการควบคุมโรคระบาด ภาพรวมของกระทรวงสาธารณสุขนั้น จะมีการประชุมสรุปสถานการ์กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภาคใต้ผ่านระบบวิดีโอทางไกล อีกครั้งในเวลา 11.00 น.

7. กระทรวงมหาดไทย สั่งการด่วนให้ผู้ว่าราชการ 9 จังหวัดภาคใต้ แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้

 กระทรวงมหาดไทย สั่งการด่วนให้ผู้ว่าราชการ 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งอาจเกิดเหตุดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 9-11 มกราคมนี้ รวมทั้งกำชับให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร เฝ้าติดตามประกาศแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคใต้ ประสานหน่วยงานทหารในพื้นที่ และเครือข่ายอาสาสมัครจากทุกภาคส่วน จัดชุดร่วมเฝ้าระวัง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ชุดหนึ่งตำบลหนึ่งทีมกู้ชีพกู้ภัย และชุดกู้ชีพกู้ภัยทางน้ำและทางทะเล ให้พร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี