ข่าวประชาสัมพันธ์
การบริหารจัดการน้ำ

วันที่ 3 ก.พ. 2560 (จำนวนคนอ่าน 102 คน)
 

ทอป 5 วันที่ 2 ก.พ. 60 เรื่อง การบริหารจัดการน้ำ

1. กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีการนำเสนอข่าวค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นเร็วกว่าปกติ เนื่องจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนมาดันน้ำทะเลค่อนข้างน้อย

 นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นว่า บริเวณตั้งแต่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นมาจนถึงบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า ที่มีค่าความเค็มสูงเกิน 1.5 กรัมต่อลิตร โดยสภาพทั่วไปของแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณนี้ จะมีค่าความเค็มสูงเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากเป็นช่วงที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีอัตราการไหลไม่มากนัก จากการตรวจวัดค่าความเค็มที่สถานีตรวจวัดที่โรงพยาบาลศิริราช พบว่าในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงของเดือนมกราคม 2560 มีค่าความเค็มสูงสุด 1.50 กรัมต่อลิตร ขณะที่ในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงของเดือนมกราคม ปี 2559 มีค่าความเค็มสูงสุดถึง 3.29 กรัมต่อลิตร มากกว่าปี 2560 กว่า 2 เท่า ส่วนที่มีความกังวลว่าน้ำเค็มจะเข้าไปทำให้พืชต่างๆเสียหายนั้น ในช่วงฤดูแล้งทุกปี ประตูระบายน้ำตามคลองต่างๆทุกคลอง ที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่บริเวณปากแม่น้ำไปจนถึงจังหวัดปทุมธานี จะปิดประตูระบายน้ำเพื่อกั้นน้ำเค็มไม่ให้รุกล้ำเข้าไปทำความเสียหายแก่พืชต่างๆได้

 อย่างไรก็ตาม การควบคุมความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา จะอยู่ที่สถานีสูบน้ำดิบสำแล ต.สำแล อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยควบคุมค่าความเค็มไม่ให้เกินเกณฑ์เฝ้าระวังที่ 0.25 กรัมต่อลิตร(น้ำที่ใช้ในการผลิตประปามีค่าความเค็มได้ไม่เกิน 0.50 กรัมต่อลิตร) ปัจจุบัน(1 ก.พ. 60) วัดค่าความเค็มในบริเวณดังกล่าวได้ 0.18 กรัมต่อลิตร ไม่เกินเกณฑ์เฝ้าระวังที่กำหนด จึงไม่มีผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาแต่อย่างใด

2  กรมชลประทานยังได้ศึกษาทบทวนโครงการเติมน้ำให้เขื่อนภูมิพล สร้างความมั่นคงน้ำภาคการผลิตลุ่มเจ้าพระยาระยะยาว ตามแผนยุทธศาสตร์น้ำของชาติ

 นายสมเกียรติ ประจำวงศ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังนำคณะลงพื้นที่โครงการศึกษาทบทวนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก ว่า ขณะนี้กรมชลประทานอยู่ระหว่างเร่งศึกษาทบทวนความเหมาะสมโครงการฯ เพื่อเตรียมเสนอรัฐบาลพิจารณา ทั้งนี้ เขื่อนภูมิพลมีความจุทั้งสิ้น 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำใช้การได้ 9,662 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนเฉลี่ยประมาณ 5,965 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือมีน้ำใช้งานได้อยู่เพียงร้อยละ 45 แสดงให้เห็นว่ายังมีศักยภาพที่จะเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 55 ดังนั้น โครงการดังกล่าวจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล เพื่อใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพมากขึ้น
 สำหรับแนวทางการผันน้ำตามโครงการนี้แบ่งเป็น 2 แนวทาง ได้แก่ การผันน้ำจากแม่น้ำเมย ซึ่งเป็นสาขาของลุ่มน้ำสาละวินมาเติมในเขื่อนภูมิพล แต่เนื่องจากแม่น้ำเมยเป็นแม่น้ำที่กั้นชายแดนประเทศไทยกับประเทศเมียนมา จึงต้องประสานทำความเข้าใจร่วมกัน อาจทำให้มีความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ ส่วนแนวทางที่สองเป็นการผันน้ำจากแม่น้ำยวม ที่เป็นสาขาของลุ่มน้ำสาลวินเช่นกัน โดยมีความเป็นไปได้มากกว่า เนื่องจากมีอุโมงค์ส่งน้ำยาวกว่าแนวทางแรกและเป็นการนำน้ำจากแม่น้ำที่ไหลในพื้นที่ประเทศไทยทั้งหมด แม้ต้องใช้เงินลงทุนสูงแต่ผลตอบแทนคุ้มค่า สามารถสร้างความมั่นคงทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตรอุตสาหกรรมและด้านอื่นๆ ให้กับลุ่มเจ้าพระยาในระยะยาว อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานเตรียมศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อผลักดันโครงการให้เกิดขึ้นจริงภาย 10 ปี

------------------------------------------------------------------------


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี