ข่าวประชาสัมพันธ์
โรงไฟฟ้ากระบี่

วันที่ 17 ก.พ. 2560 (จำนวนคนอ่าน 48 คน)
 

ทอป 5 วันที่ 16 ก.พ. 60 เรื่อง โรงไฟฟ้ากระบี่
1 รัฐบาลขอให้กลุ่มผู้คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ รับฟังเหตุผลจากรัฐบาลและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ขณะที่รัฐบาลพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย

 พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อข้อคิดเห็นของกลุ่มผู้คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจังหวัดกระบี่ แต่อยากให้กลุ่มผู้คัดค้านได้ฟังความคิดเห็นจากรัฐบาลและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ สืบเนื่องจากปัญหาไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ช่วงที่ผ่านมา เมื่อปี 2556 เกิดไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ เนื่องจากสายส่งไฟฟ้าจากภาคกลางมีปัญหา ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่รัฐบาลพิจารณาแล้วเห็นว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเติบโตของภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว อีกทั้งไม่มีแนวโน้มว่าการใช้ไฟฟ้าจะลดลง จึงจำเป็นต้องมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ส่วนเหตุผลที่ต้องใช้พลังงานจากถ่านหินเนื่องจากมีถ่านหินมากและราคาถูกกว่าพลังงานชนิดอื่น ส่วนที่ไม่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและแปรปรวน ทำให้คาดเดาปริมาณพลังงานได้ยาก ส่วนพลังงานชีวมวลก็ได้รับการปฏิเสธเพราะไม่มีผู้ใดต้องการให้มีแหล่งขยะอยู่ใกล้บ้าน ด้านพลังงานแก๊สและน้ำมัน ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าในประเทศใช้อยู่หลายแห่งซึ่งหากวันใดวันหนึ่งไม่สามารถนำเข้าพลังงานทั้ง 2 ชนิดนี้จะเกิดความเสี่ยง ทั้งนี้ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่า พลังงานถ่านหินที่จะใช้กับโรงไฟฟ้ากระบี่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาแล้ว เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและประชาชนน้อยที่สุด

 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า จากกระแสข่าวที่ว่ารัฐบาลให้ระดมประชาชนไปสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่นั้น น่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลไม่มีแนวคิดเกณฑ์ประชาชนมาสนับสนุนเพื่อให้เกิดความขัดแย้งกับผู้ไม่เห็นด้วย แต่เชื่อว่าเป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยขอให้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาไปยังรัฐบาลด้วย

2   แกนนำเครือข่ายนักวิชาการ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี สนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ เพื่อความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่ภาคใต้
         
 รองศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ  มีชำนะ แกนนำเครือข่ายนักวิชาการ สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญและอาจารย์พิเศษสอนวิชาเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ที่สถาบันวิจัยพลังงานแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยื่นหนังสือ ถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ โดยระบุ นักวิชาการในเครือข่าย ได้มีส่วนร่วมอธิบายชี้แจงถึงความจำเป็นในการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ ในเวทีรับฟังความคิดเห็น 3 ครั้ง รวมถึงในเวทีสาธารณะต่างๆ ปัจจุบัน มีประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก สนับสนุนโครงการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ อย่างเปิดเผย พร้อมย้ำ จากการเดินทางดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดในหลายประเทศทั่วโลกไม่เคยได้รับข้อมูลถึงกรณีความเจ็บป่วยร้ายแรงหรือสูญเสียชีวิตอันเนื่องมาจากมลภาวะที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ก็มีที่ตั้งอยู่ริมทะเลเช่นเดียวกับโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ ผลิตไฟฟ้ามาต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี ก็ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เลยว่าเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมปัญหาสุขภาพ ด้านประมง หรือ ด้านการท่องเที่ยวของประชาชนที่อยู่รอบโรงไฟฟ้า
           รองศาสตราจารย์ ดร. ภิญโญ ระบุ ปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ล่าช้ากว่าแผนเดิมไปแล้วอย่างน้อย 4 ปีจากเดิมคาดว่า จะเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ในปี 2562 แต่มีปัญหาจากการคัดค้านจากคนบางกลุ่มจนต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2566 ทั้งที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าของจังหวัดในชายฝั่งทะเลอันดามันมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ หากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนก็จะมีความเสี่ยงที่ไฟฟ้าจะไม่พอใจในภาคใต้ขั้นรุนแรงจนอาจเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง เหมือนที่เคยเกิดมาแล้วใน 14 จังหวัดภาคใต้ เมื่อหลายปีก่อน ทั้งนี้จึงขอเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ตระหนักถึงความจำเป็นของโครงการ และใช้อำนาจตัดสินใจ อนุมัติให้โครงการเดินหน้าต่อไป เพื่ออนาคตที่ดี และผลประโยชน์ของคนจังหวัดกระบี่และประชาชนทั้งประเทศจะได้มีไฟฟ้าใช้อย่างพอเพียงและในราคาที่เป็นธรรม จนนำพาประเทศไทยให้เจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ
-----------------------------------------------------------------------------


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี