ข่าวประชาสัมพันธ์
ข้าว

วันที่ 13 มี.ค. 2560 (จำนวนคนอ่าน 39 คน)
 

1 กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ 8 จังหวัด ให้ความรู้ด้านการตลาดแก่ชาวนา เพื่อก้าวสู่การเป็นสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ ที่เข้มแข็ง

 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ 8 จังหวัด ระหว่างเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคมนี้ ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เพื่ออบรมเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชาวนาไทยและกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งคาดว่าจะมีชาวนาและกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าร่วมฯ กว่า 300 ราย ปัจจุบันมีชาวนาไทยที่ขายข้าวผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ ThaiCommerceStore.com ของกระทรวงพาณิชย์แล้ว จำนวน 584 ราย ทั้งนี้ยืนยัน กระทรวงพาณิชย์ มีความตั้งใจที่จะพัฒนาศักยภาพชาวนาไทยให้เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่าย เพื่อก้าวสู่การเป็นสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ที่เข้มแข็ง

 นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้จับมือกับสมาคมการค้าส่งปลีกไทย ช่วยเหลือชาวนาให้ขายข้าวผ่านช่องทางออนไลน์โดยให้ชาวนานำข้าวสารไปจำหน่ายที่ร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบ ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงฯ จำนวน 76 ราย 352 แห่ง ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

2 กระทรวงพาณิชย์ ยืนยัน มีระบบตรวจสอบการประมูลข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันข้าวรั่วไหลสู่ตลาดข้าวปกติ มั่นใจ การประมูลครั้งนี้จะเป็นไปด้วยดี

 นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ เเสดงความเป็นห่วงและกังวลว่าจะมีข้าวที่ประมูลข้าวจากสต๊อคของรัฐเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน มาปะปนกับข้าวเพื่อการบริโภค โดยยืนยันว่า การเปิดประมูลข้าวสารในสต๊อกที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ ปริมาณ 3.66 ล้านตัน ข้าวส่วนใหญ่คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน มีข้าวผิดชนิด ข้าวผิดมาตรฐานปนอยู่มาก และมีอายุการเก็บรักษาและผ่านการรมยามากว่า3-5 ปี จึงไม่เหมาะสมต่อการบริโภคของคน คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จึงมีมติเห็นชอบให้ระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่อาหารคน ดังนั้น ราคาประมูลจะขึ้นอยู่กับการแข่งขันของผู้ร่วมประมูล ซึ่งคณะอนุกรรมการพิจารณาการระบายข้าวจะพิจารณาความเหมาะสมของราคาที่จะขออนุมัติขาย ส่วนกรณีความกังวลว่าข้าวดังกล่าวจะรั่วไหลสู่ตลาดข้าวปกตินั้น ขอยืนยันว่า ในประกาศประมูลได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ซื้อต้องมีหนังสือรับรองว่าจะนำข้าวไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งเท่านั้น ซึ่งองค์การคลังสินค้า และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ในฐานะคู่สัญญาจะจัดทีมเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจ และหากพบว่าผู้ซื้อนำข้าวไปใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ จะถูกยึดหลักประกัน และถือว่าเป็นผู้ผิดเงื่อนไขการประมูล รวมทั้งถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาผู้เข้าร่วมประมูลรับทราบเงื่อนไขการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐเป็นอย่างดี และยอมรับว่าการประมูลที่ผ่านมามีกระบวนการ ขั้นตอนที่ชัดเจนโปร่งใส เข้มงวด

 อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวมั่นใจว่าการประมูลครั้งนี้จะเป็นไปด้วยดี และคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวยินดีรับข้อมูล หากพบเบาะแส การกระทำผิดเงื่อนไขการประมูล สามารถแจ้งให้กรมการค้าต่างประเทศเพื่อดำเนินการตรวจสอบได้อย่างทันท่วงที

----------------------------------------------------------------------------


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี