ข่าวประชาสัมพันธ์
หุ้นชินฯ

วันที่ 16 มี.ค. 2560 (จำนวนคนอ่าน 24 คน)
 

1 อธิบดีกรมสรรพากร เร่งรวบรวมข้อมูลการเรียกเก็บภาษีเงินได้จากนายทักษิณ ชินวัตร ก่อนคดีจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคมนี้

 นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึง การเรียกเก็บภาษีเงินได้จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่นให้กลุ่มเทมาเส็กเมื่อปี 2549 โดยมติที่ประชุมที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ข้อสรุปว่า ให้กรมสรรพากรเรียกประเมินภาษีเงินได้จากนายทักษิณกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท เหมือนกับที่กรมสรรพากรเคยเรียกประเมินภาษีกับนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวนายทักษิณ เพราะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ ว่า ขณะนี้กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เพื่อให้ทันก่อนที่อายุคดีความจะหมดลงในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ทั้งนี้กรมสรรพากรเป็นหน่วยงานราชการจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย และยึดหลักรักษาผลประโยชน์ขอฝประเทศชาติเป็นหลัก

2  รองนายกรัฐมนตรี ยืนยัน การดำเนินการฟ้องร้องอดีตนายกรัฐมนตรี กรณีเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้น บริษัทชินคอร์เปอเรชั่น จำกัด จะดำเนินการด้วยความรอบคอบและยุติธรรมกับทุกฝ่าย
           นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นบริษัทชินคอร์เปอเรชั่น จำกัด ของอดีตนายกรัฐมนตรี ว่า กรมสรรพากร กำลังประเมินเรียกเก็บภาษี กับอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ จึงจะถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการเรียกเก็บภาษีใหม่ ที่จะมีอายุความ 10 ปีนับจากนี้ โดยอดีตนายกรัฐมนตรี มีสิทธิ์อุทธรณ์การประเมินภายใน 30 วัน หากไม่อุทธรณ์ก็จะดำเนินการฟ้องร้องตามขั้นตอน ส่วนเมื่อฟ้องร้องแล้วกรมสรรพากร จะชนะคดีหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ ซึ่งคงหลีกเลี่ยงไม่ได้หากจะมีการฟ้องกลับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร และจะไม่มีการใช้มาตรา 44 คุ้มครองเจ้าหน้าที่เหมือนกรณีรับจำนำข้าว
           ส่วนค่าปรับภาษีเบื้องต้น ที่อดีตนายกรัฐมนตรี จะต้องจ่ายจำนวน 16,000 ล้านบาท และมีค่าปรับนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2550 โดยคิดเป็นรายวัน แต่สามารถต่อรองกันได้ ซึ่งยังไม่ทราบจำนวนเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า กระบวนการที่ใช้ในการทวงภาษี เป็นกฎหมายปกติ
           นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ดีใจที่วามารถฟ้องร้องอดีตนายกรัฐมนตรี หรือชนะคดีได้ แต่ดีใจที่มีทางออกที่หามานาน เพื่อให้ปัญหาที่ค้างมานานได้รับการแก้ไข จะได้มั่นใจว่าทุกอย่างดำเนินการถูกต้องยุติธรรมแล้ว ส่วนการฟ้องร้องจะแพ้หรือชนะนั้น เมื่อมีช่องทางก็ควรจะเสี่ยงและทุกขั้นตอนต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อเป็นบรรทัดฐานกับคดีอื่นในอนาคต ส่วนจะมีข้าราชการกรมสรรพากร เกี่ยวข้องหรือไม่ หากตรวจสอบพบว่ามีการทุจริต และยังเป็นข้าราชการอยู่ก็จะต้องดำเนินการทางวินัยต่อไป
----------------------------------------------------------------------------


 
 
 
นายรณภพ เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี